เพิ่งเสร็จแล้วรีบเอามาลงค่ะ เมื่อองค์ลงก็ต้องต่อให้จบ
ไมไ่ด้เกลาสำนวนเลยค่ะ ติดขัดอย่างไรค่อยมาแก้ทีหลัง ;w;

เป็นคู่ที่เกริ่นไว้แล้วว่าชอบเป็นคู่ที่สาม แต่ไม่รู้ทำไมเป็นตอนที่ยาวกว่าสองคู่แรกซะอีก
กระเรียนกับสตอเบอรี่ อยุ่ด้วยกันมีพลังมากมายจริงๆ


****************************************


ความรู้สึกพิเศษ

 


                อิจิโกะ ฮิโตฟุริเป็นดาบหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งกิริยามารยาท ทั้งการวางตัวเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่น้องชาย ทั้งสุภาพให้เกียรติกับดาบเล่มอื่นๆ ถือได้ว่าไม่มีอย่างใดเป็นข้อบกพร่องในตัวอิจิโกะแม้แต่น้อย

                “ก็เพราะนั่นล่ะ ถึงเห็นได้ชัดไงล่ะ” มิดาเระ โทชิโร่ หนุ่มน้อยมีดสั้นในชุดกระโปรงฟูฟ่องพูดกับพี่น้องที่เหลืออีก 9 เล่มของตน เด็กๆมีดสั้นและดาบสั้นตระกูลโทชิโร่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับพี่ชายสุดรักของพวกเขา

                “นึกว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีก” อัทสึ โทชิโร่ พูดเสริม

                “ผมก็ดูออกนะ!” อากิตะกับโกโคไตพูดพร้อมกัน

                ยะเก็นขยับแว่นตาที่เขาจะใส่เมื่ออยู่ในชุดไปรเวท “พี่อิจิกำลังมีความรู้สึกพิเศษสุดๆ”

“กับ....” นามาซูโอะชี้ไปทางโฮเนะบามิ

เด็กหนุ่มผมขาวก็พูดต่อ “ท่านทสึรุมารุ”

“แล้วท่านทสึรุมารุล่ะ?” แฝดไม่แท้มาเอดะและฮิราโนะถามพร้อมเพียงกัน

“โฮะโฮ่-- กระผมว่าท่านทสึรุมารุเองก็ถูกใจท่านพี่อิจิไม่น้อยเลยทีเดียว” จิ้งจอกบนไหล่ของนากิคิสึเนะตอบแทนเจ้าของที่แค่พยักหน้าเห็นด้วย

“แค่พี่อิจิไม่รู้ตัวเท่านั้นล่ะ ไม่งั้นท่านทสึรุมารุไม่มีทางไปต่อได้แน่ๆ” มิดาเระเอียงคอนิดๆพลางใช้ความคิด “เอาไงดีล่ะ?” ก่อนจะถามความคิดเห็นจากพี่น้องของตน

“บอกกกกกกกให้โง่สิ-----” พี่น้องทีเหลืออีก 9 เล่ม(กระทั่งนากิคิสึเนะ)พูดพร้อมกัน

“หยา หยา.....น่าสงสารท่านทสึรุมารุจริงๆนะขอรับ” จิ้งจอกเสียงแหลมพูดด้วยความเห็นใจ

 

***************************

 

“ฮัด------เช้ย!!” ทสึรุมารุผู้ถูกนินทาลับหลังจามเสียงดัง หนุ่มผมขาวในชุดลำลองสีเดียวกับสีผมหยิบผ้าที่พาดไว้บนบ่ามาเช็ดจมูก “มีใครนินทาข้าอยู่หรือไง?”

“คงเป็นคนที่ท่านทสึรุมารุไปแกล้งไว้ล่ะมั้งครับ” หนุ่มผมสีครามที่เดินอยู่ด้วยกันพูดพลางหัวเราะ “ห้ามแล้วไม่ฟังกันก็ต้องเป็นแบบนี้ล่ะ” ถึงอีกฝ่ายจะอายุมากกว่าสองร้อยปีแต่ด้วยนิสัยแล้วอิจิโกะก็มักจะเป็นฝ่ายห้ามไม่ก็กล่าวเตือนทสึรุมารุเสมอ

“เจ้านี่น้า---“ ทสึรุมารุลากเสียงยาว “หากไม่มีเรื่องน่าตกใจมาเป็นสีสันให้ชีวิต ต่อให้เป็นดาบอย่างเราๆก็เฉาจนทื่อได้”

“การฝึกปรือก็ทำให้ฝีมือเฉียบคมขึ้นได้เหมือนกันครับ” อิจิโกะตอบทันควัน

“ต่อปากต่อคำเก่งนักนะ” ทสึรุมารุเหล่อิจิโกะ

“ก็ต้องรับมือกับคนอยู่ไม่สุขบ่อยๆนี่ครับ”

“เอ๋- ใครกันน้า” ดาบหนุ่มผมขาวทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วมองไปทางอื่น เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของอิจิโกะ อา....ช่างเป็นดาบที่น่ารักน่าแกล้งเสียจริง

ทสึรุมารุชอบนิสัยของอิจิโกะ นุ่มนวลอ่อนน้อมแต่ก็แข็งแกร่งสมเป็นดาบคู่กายของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ สีสันในชีวิตทสึรุมารุสว่างไสวมากขึ้นตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับอิจิโกะ ถึงนิสัยของพวกเขาจะต่างกันจนมีเรื่องให้อิจิโกะต้องคอยตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง(และมีประดาบกันบ้าง) มันก็ไม่ได้ทำให้ทสึรุมารุหยุดพิจารณาไม่ให้ตนก้าวล้ำความเป็นสหายไป

แต่ว่า.......ดูท่าทางเจ้าจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด

จะว่าไม่รู้ตัวที่ข้าชอบ หรือชอบข้ากันแน่

 

“ข้านี่น่าสงสารจริงน้า” ทสึรุมารุจงใจพูดให้อิจิโกะสงสัย แต่ดาบหนุ่มผมสีครามก็ยังมองเขาด้วยแววตาใสซื่อไม่รู้เรื่องอะไรเช่นเคย

“ครับ?”

“......ไม่มีอะไรหรอกๆ” ดาบหนุ่มขี้แกล้งทำโบกมือไปมา “วันนี้เวรข้าเลี้ยงม้าสินะ” ทสึรุมารุยืดแขนสุดแขน บิดขี้เกียจเอาแรงก่อนไปทำงาน

สีหน้าของอิจิโกะเปลี่ยนมาเป็นกลัดกลุ้มเมื่อคล้อยหลังหนุ่มผมขาวไปแล้ว “ทำอะไรให้โกรธหรือเปล่านะ?”

 

 

 

************************************************

 

“ข้าต้องเป็นดาบที่น่าสงสารที่สุดในโลกแน่ๆเลย” ทสึรุมารุพูดกับม้าคู่ใจของตนเอง เจ้าม้าสีขาวไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับคำพูดของเขาหรอกแต่คนที่อยู่ร่วมเวรดูแลม้าอย่างมิทสึทาดะ .....ได้ยินหมดทุกอย่างเลย “เจ้าว่าอย่างนั้นไหม?” คราวนี้ทสึรุมารุหันมาถามมิทสึทาดะตรงๆแทนที่จะแกล้งทำเป็นพูดกับม้า

“ผมก็อยากช่วยเรื่องอิจิโกะคุงหรอกนะ” มิทสึทาดะรู้ว่าถ้าเขาไม่ช่วยอะไรทสึรุมารุเป็นการตอบแทนที่เอาใจช่วยเขากับโอคุริคาระบ้าง ความเท่ที่มีคงหายหมด แต่ว่า..... “แค่เรื่องของคุริจังผมก็ปลีกตัวไปไหนไม่ได้แล้ว”

“เจ้าน่าจะชินกับสถานะคนรักแค่ในนามของเด็กนั่นน่ะ” ทสึรุมารุกอดอกมองมิทสึทาดะ ใจชื้นขึ้นมานิดๆที่ตนเองมีเพื่อนร่วมชะตากรรม

“ไม่ใช่แค่ในนามสักหน่อย.....” มิทสึทาดะอยากจะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก ระยะเวลาที่ห่างเหินกันไปนานทำให้เกิดช่องว่างขึ้น พวกเขาก็เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันและ....โอคุริคาระก็คือโอคุริคาระ “คุณทสึรุมารุคิดปัญหาของตนเองเถอะครับ อย่างน้อยผมก็เป็น คนรัก แล้ว” หนุ่มผ้าคาดตาเบียงประเด็นของตนเองก่อนที่เขาจะทำตัวห่อเหี่ยวตามทสึรุมารุไปด้วยอีกคน

“ข่มกันเรอะ!” ทสึรุมารุโยนฟางแห้งลงในราง “บอกไว้ก่อนที่ข้ากลุ้มใจน่ะไม่ใช่เพราะเด็กๆมีดสั้นหรอกนะ”

“แปลว่าเจอฤทธิ์พวกหนูมีดสั้นมาแล้ว?”

ทสึรุมารุกรอกตากับคำพูดของมิทสึทาดะ ความจำแทบจะวิ่งย้อนกลับมาในหัว ไม่รู้ว่าเจ้าพวกเด็กบ้านอาวาตะกุจิรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าเขาไม่คิดกับอิจิโกะเพียงแค่สหายร่วมรบ ความไม่ซื่อออกทางหน้าตาเกินไป? หรือสัญชาตญาณหวงพี่บังเกิด? เมื่อใดที่ได้อยู่กับอิจิโกะนอกเหนือจากภารกิจในสนามรบและการงานในเรือน เด็กๆจะมาห้อมล้อมอิจิโกะราวกับจงใจเสมอ จากในสายตาของซานิวะและดาบเล่มอื่นที่ไม่ได้ล่วงรู้ใจทสึรุมารุ พี่ใหญ่กับน้องๆบ้านอาวาตะกุจิก็รักใคร่กลมเกลียวกันเช่นเคย

จะมีแต่ทสึรุมารุกับดาบเพียงไม่กี่เล่มที่เห็นว่านี่คือสงครามแย่งชิงอิจิโกะ ฮิโตฟุริ!

แถมอิจิโกะที่อยู่ตรงกลางระหว่างสงครามก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิด

“ข้าสนแต่ว่าอิจิโกะคิดยังไงกับข้าต่างหาก!”

มิทสึทาดะเลิกคิ้ว “ก็รู้อยู่แล้วนี่ครับว่าเขาคิดยังไง”

“................ให้ตายสิ!” ทสึรุมารุเค้นเสียงพูดออกมา

 

*******************************************

“ฮัทชิ้ว!” อิจิโกะเอาหลังฝ่ามือปิดปากไว้ทันเมื่อเขาจาม “สงสัยติดมาจากท่านทสึรุมารุแน่ๆ”

ยะเก็นวางหนังสืออ่านฆ่าเวลาลง วันนี้ไม่มีใครในบ้านอาวาตะกุจิเป็นเวรทำงาน พวกเขาจึงหาอะไรทำช่วงที่มีเวลาว่าง ยะเก็นกับอิจิโกะเลือกที่จะอ่านหนังสือที่ซานิวะหามาให้แทนที่จะออกไปเดินเล่นนอกเรือนพัก ส่วนพวกน้องๆที่เหลือก็ออกไปเล่นกันข้างนอก “ทำไมต้องเป็นท่านทสึรุมารุล่ะ?” เด็กหนุ่มที่มีนิสัยโตกว่าวัยถามผู้เป็นพี่

“เมื่อเช้าท่านทสึรุมารุก็จามแบบนี้ สงสัยเพราะอากาศเปลี่ยนล่ะมั้ง” อิจิโกะพูดพลางเปิดหนังสือหน้าต่อไป ชายหนุ่มพูดอย่างไม่จริงจังนัก พวกเขาเป็นวิญญาณสถิตดาบ ถึงจะมีร่างกายเหมือนมนุษย์ทั่วไปแต่ใช่ว่าจะเจ็บป่วยไข้ได้ง่ายๆ

“ที่ข้าถามว่าทำไมต้องเป็นท่านทสึรุมารุ ก็เพราะอยากจะถามว่าทำไมพี่อิจิถึงอยู่กับท่านทสึรุมารุบ่อยต่างหาก” ยะเก็นเปลี่ยนจากที่นั่งผิงผนังมานอนหนุนตักอิจิโกะแทน

“ก็เจอกันตอนออกจากห้องนอนเหมือนทุกทีนั่นล่ะ” ถ้าไม่ใช่ดาบที่ซานิวะแยกให้ไปนอนอยู่ร่วมห้องเดียวกัน(ในฐานะคู่รัก) เหล่าดาบหนุ่มน้อยใหญ่ก็จะแบ่งกลุ่มไปนอนร่วมกันตามแต่ความพอใจ ห้องพักของพวกเขาอยู่ใกล้กันจะเดินออกมาเจอกันตอนเช้าหรือตอนเย็นก็ไม่เห็นแปลก

หนังสือยุคปัจจุบันที่มีสีสันสะดุดตาถูกวางไว้กับอกเมื่อยะเก็นสบตากับพี่ชาย เขาไม่เห็นอาการเก้อเขินอะไรเลยสักนิด..... เด็กหนุ่มชักคิดแล้วว่าไม่ใช่พี่ชายเขาไม่รู้ตัวว่าชอบทสึรุมารุอยู่

จริงๆอาจจะไมได้คิดอะไรเลยก็เป็นได้

 

“มีอะไรงั้นเหรอ?” อิจิโกะมองยะเก็นที่นานทีจะมาอ้อนด้วยความสงสัย

“เปล่า แค่คิดว่าพวกพี่สนิทกันดีเท่านั้นล่ะ” ยะเก็นทำเป็นอ่านหนังสือต่อ หรือเขากับเหล่าพี่น้องจะคิดมากกันไปเอง….

“คงเพราะท่านทสึรุมารุเป็นคนที่มีอารมณ์ขันแปลกๆล่ะมั้ง” อิจิโกะเบนสายตาไปทางสวนสวยของเรือนพัก “แล้วก็สว่างไสว....”

ยะเก็นลดหนังสือลงอีกครั้ง “.....นั่นไงล่ะ” เด็กชายยิ้มกว้างก่อนจะลุกขึ้นนั่ง

“?” อิจิโกะงงกับพฤติกรรมของน้องชาย แต่ยะเก็นแค่ยิ้มให้จนตาหยีแล้วก็ลุกเดินฮัมเพลงออกไปจากห้องเลย “เด็กคนนี้นี่น้า” อิจิโกะถอนใจ

 

เพราะคิดว่าพี่ชายเขาไม่มีข้อบกพร่องจึงเห็นได้ชัด แต่ไม่ใช่...อิจิโกะ ฮิโตฟุริมีนิสัยหนึ่งที่ถือว่าเป็นข้อบกพร่องของเจ้าตัวหรือไม่ก็ได้ นั่นคืออิจิโกะไม่ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาง่ายๆ นี่ต่างหากที่ทำให้ยะเก็นกับน้องๆสามารถรู้ได้ว่าอิจิโกะกำลังมีความรู้สึกพิเศษอยู่

หากเมื่อครู่ไม่ได้ลอบมองพี่ชายใกล้ขนาดนั้น ยะเก็นคงไม่ได้เห็นประกายชีวิตชีวาในดวงตาของอิจิโกะยามที่เจ้าตัวเอ่ยถึงทสึรุมารุ เรื่องที่แอบรักแอบชอบใครอยู่ พี่ชายของเขาไม่มีวันพูดกับใครง่ายๆแน่ ถึงได้ทำตัวปกติจนแทบไม่เห็นพิรุธ

“ไม่ใช่พี่ใช่น้องกันคงไม่มีวันดูออกหรอก” ยะเก็นตบสันหนังสือกับไหล่ของตนเอง “แต่แบบนี้.....ท่านทสึรุมารุไม่มีทางสมหวังแน่” ถ้าพี่อิจิไม่ให้ไปต่อเอง

หรือจะเปลี่ยนมาช่วยดีไหมนะ.... แต่หลังจากคิดไปคิดมาหลายตลบ “....ไม่ดีกว่าแฮะ”

ในเมื่อพี่ชายของเขายังไม่อยากให้ท่านทสึรุมารุรู้ แล้วตัวเขาที่เป็นน้องจะไปบอกทำไม

ยะเก็นมองไปที่ทสึรุมารุกำลังพาม้าคู่ใจออกมาเดินเล่นนอกคอก และแวะแกล้งโอคุริคาระที่กำลังดูแลไร่กับโดทานุกิอยู่ “น่าสงสารท่านทสึรุมารุจริงๆน้า”

 

อิจิโกะชอบนิสัยของทสึรุมารุ แม้อายุดาบจะมีมากกว่ากันแค่ไม่กี่ร้อยปี สนามรบไม่ใช่สถานที่ที่ทสึรุมารุพบเจอเทียบเท่าเขา แต่ชีวิตที่เจ้าตัวได้โลดแล่นผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็น่าทึ้งอยู่ไม่น้อย การมองโลกว่ามีแต่สิ่งอัศจรรย์ของทสึรุมารุเองก็เช่นกัน

รอบตัวทสึรุมารุเหมือนมีแสงแวววาว

อบอุ่นราวกับถูกกอดปลอบประโลม

“...พูดว่าเหมือนถูกกอดนี่ ไม่ดีเลยสินะ” อิจิโกะบ่นกับตัวเองพลางปิดหนังสือที่อ่านไปได้ครึ่งเล่มลง ขณะที่คิดว่าจะทำอะไรเป็นการฆ่าเวลาเขาก็ได้ยินเสียงย้ำเท้าของม้าบริเวณใกล้ๆนี้ พอชะโงกหน้าออกไปดูก็พบรอยยิ้มขี้เล่นของทสึรุมารุเข้าพอดี “เล่นอะไรอีกล่ะครับท่านทสึรุมารุ”

ที่ทสึรุมารุขี่ม้าเข้ามาในเขตเรือนนอนจะว่าไม่ตกใจก็ไม่ใช่ แต่เพราะการแกล้งรูปแบบอื่นๆของทสึรุมารุมันแปลกกว่า ห้อยตัวลงมาจากเพดานบ้างล่ะ เกาะอยู่ขอบหน้าต่างบ้างล่ะ ไม่ก็แต่งเป็นสัตว์ประหลาดแอบรอจ๊ะเอ๋คนในห้องอาบน้ำอะไรแบบนั้น

อันนี้ถือว่าปกติมากแล้ว

“ข้ามารับเจ้าหญิงไปเดินเล่นด้วยกันไงล่ะ” หากเป็นคนอื่นพูด อิจิโกะอาจจะไม่ชอบนักที่ถูกเรียกว่าเจ้าหญิง แต่พอเป็นทสึรุมารุพูด อิจิโกะกลับไม่ถือสาคำพูดหยอกของเจ้าตัวนัก

“เป็นซามูไรครับ ไม่ใช่เจ้าหญิง” อิจิโกะแก้คำให้ แต่แทนที่หนุ่มผมฟ้าจะทำหน้าว่าเหนื่อยใจ อิจิโกะกลับปีนขึ้นหลังม้าขาวไปนั่งซ้อนหลังทสึรุมารุ “วันนี้ผมน่ะว่าง แต่ท่านทสึรุมารุกลับมาคงได้ทำงานเพิ่มแน่ๆ”

ทสึรุมารุมองมือที่โอบเอวเขาไว้หลวมๆ “ทำงานเพิ่มก็ถือว่าคุ้ม” ทสึรุมารุจำได้ว่าวันนี้เป็นวันพักผ่อนของอิจิโกะกับน้องๆจึงแวะมาหาเสียหน่อย ทีแรกตั้งใจว่าจะหาเรื่องเล่นไปด้วยระหว่างงานดูแลม้า กลับเจอโอกาสดีๆจนน่าตกใจขนาดนี้ ต่อให้คืนนี้ต้องนอนเฝ้าคอกม้าก็ถือว่าคุ้มสุดๆ!!

ยะเก็นยืนกอดอกผิงผนังมองทสึรุมารุด้วยความหมั่นไส้อยู่นาน “ท่านทสึรุมารุจะเอาตัวพี่อิจิไปแล้ว!!”

“เฮ้ย!” ทสึรุมารุหันมามองน้องชายตัวแสบ(ที่สุด)ของอิจิโกะจนคอแทบเคล็ด “จำไว้เลยนะยะเก็น!”

“โชค-ดี-นะ” ยะเก็นโบกมือให้พลางยิ้มแฉ่ง

 “ห้ามเอาพี่อิจิไปไหนนะ กระเรียนชีกอ!!” ไวตามคาด มิดาเระตามด้วยพี่น้องมีดสั้นที่เหลือกรูมาทางทสึรุมารุ

“โอ้วว มาไวจนน่าตกใจเลยนะเนี่ย!” แต่ไม่ยอมเสียโอกาสดีๆแบบนี้ไปหรอก “จับแน่นๆล่ะอิจิโกะ!” ทสึรุมารุกระตุกสายบังเหียนเพื่อบอกม้าคู่ใจว่าให้วิ่ง

“เอาไงก็เอากันครับ” อิจิโกะรับคำ

“อ้าว จะไปไหนกัน”  ซานิวะได้ยินเสียงคึกครื้นข้างนอกจึงออกมาดู “อย่าออกไปนอกเขตแดนล่ะ” ซานิวะผู้ไม่ระบุหน้าตาและเพศตะโกนบอกดาบหนุ่มทั้งสอง เขตแดนเป็นสิ่งที่ซานิวะสร้างขึ้นเพื่อกันคนจากโลกภายนอกไม่ให้เข้ามา เพราะวิญญาณดาบเหล่านี้มาจากอดีตหลายยุคหลายสมัย พวกเขาเผชิญหลายสิ่งหลายอย่างมามาก ทั้งยังต้องต่อสู้เพื่อปกป้องประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ซานิวะจึงไม่ต้องการให้ดาบในความดูแลถูกกระแสเวลาของโลกยุคใหม่เข้ามารบกวน

“สองคนนั้นจะไปแอบหวานกันที่ไหนหรือไง” ซานิวะถอนใจ “คงต้องเตรียมห้องเพิ่มอีกแล้วมั้ง...”

 

ทสึรุมารุควบม้ามาจนถึงทะเลสาบเล็กๆไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พัก ดาบหนุ่มเปลี่ยนมาคุมให้ม้าเดินย่ำเรียบทะเลสาบไปเรื่อยๆ ลมเย็นหอบทั้งกลิ่นป่าและกลิ่นน้ำพัดผ่านใบหน้าทำให้รู้สึกสดชื่น ทสึรุมารุมองแสงระยิบระยับของดวงอาทิตย์ที่สะท้อนบนผืนน้ำ แม้จะเป็นสิ่งธรรมดาแต่สำหรับเขามันคือสิ่งธรรมดาอันน่าอัศจรรย์

เมื่อมีอิจิโกะอยู่ด้วย มันก็ยิ่งอัศจรรย์

“สวยจังเลยนะครับ” เสียงอิจิโกะพูดขึ้นด้านหลัง ทสึรุมารุไม่ได้หันไปมองแต่พอรู้ได้ว่าฝ่ายที่กอดเอวเขาอยู่ก็ชอบวิวสวยตรงหน้าเช่นเดียวกัน

“ตอนเย็นอาจจะสวยกว่านี้ เจ้าอยากมาดูอีกไหมล่