[Kuroko-Fanfic] Blue Flame 11 /AoKaga/

posted on 07 Jul 2014 02:29 by taminkn in Fanfic directory Fiction, Cartoon
สดๆร้อนๆ ไม่ทันได้เกลา ไว้ค่อยมาแก้อีกรอบ ;w;
 
ช่วงนี้คนเขียนติดงาน แต่พยายามสุดฤทธิ์ที่จะต่อให้จบ
ขอบคุณที่ทวงถามกันนะคะ ^^
 

*****************************
 

ตอน 11

               อาโอมิเนะกับคิเสะวอร์มร่างกายเพื่อเตรียมตัวแข่งว่ายน้ำในบ่อกันอย่างขันแข็งโดยไม่รู้ชะตามกรรมของฟุริฮาตะ คุโรโกะทำหน้าที่เป็นกรรมการที่จุดเริ่ม คนที่เหลือรอดูผลการแข่งอยู่ริมบ่อ คาซามัตสึกำชับว่าให้แข่งกันแค่รอบเดียวเท่านั้น พวกเขาต้องรีบขึ้นก่อนจะดึกไปมากกว่านี้ นอกจากจะเกรงใจเจ้าของสถานที่แล้วยังต้องห่วงอีกว่าเจ้าปีหนึ่งหัวดื้อทั้งหลายจะเป็นหวัดจากอากาศหนาวอีก

               “ใครเป็นหวัดฉันจับแพคลงกล่องส่งกลับบ้าน!” คาซามัตสึพูดเสียงเฉียบ ทุกคนเชื่อว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ

               “ไม่ใช่ฉันแน่” อาโอะมิเนะวักน้ำร้อนขึ้นมาพรมตัว

               “ไม่ใช่ผมเหมือนกัน” คิเสะเอาน้ำร้อนลูบหน้าตัวเอง “พร้อมแล้วคุโรโกจจิ!”

               “ห่วงสุขภาพคนอื่นหน่อยสิครับ” เพราะไม่อยากสัมผัสอากาศมากๆ คุโรโกะเลยโผล่พ้นน้ำร้อนมาแค่คอเท่านั้น “เอาล่ะนะครับ เตรียมตัว......ไป!”

               เอสของโทโอและไคโจวพุ่งตัวลงน้ำพร้อมกัน คางามิเสียวว่าจะมีใครหัวไปโขกหินแตกซะก่อนจะได้แข่งจบแต่ทั้งสองก็ยังรอดปลอดภัยดี ถึงจะว่ายได้ทุลักทุเลเพราะมีหินใหญ่ขวางอยู่กลางบ่อก็ตาม อาโอมิเนะกับคิสะที่ผลัดว่ายผลัดวิ่งก็มาถึงอีกฝั่งนึงของบ่อจนได้

               “ใครคว้าผ้าเช็ดตัวกรรมการได้ก่อน คนนั้นชนะ!” ก่อนใกล้จะถึงจุดหมายอาโอมิเนะก็เปลี่ยนกติกาเอาเองตามใจชอบ

               “ไม่ใช่แตะขอบบ่อเรอะ!” คิเสะรีบว่ายตามอดีตเพื่อนร่วมทีมที่จู่ๆตั้งกติกาขึ้นมาใหม่ “ยังไงผมก็ไม่ยอมแพ้หรอก”

               หนุ่มทั้งสองมัวแต่ดำผุดดำว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตรงเส้นชัยที่พวกเขาตั้งขึ้นมาเองนั้นมีใครอยู่บ้าง อาโอมิเนะลืมตาขึ้นแวบนึงเพื่อดูว่าเขาถึงตัวฟุริฮาตะหรือยัง เมื่อเห็นช่วงเอวที่มีผ้าขนหนูพันรอบอยู่ หนุ่มผิวแทนก็คว้าหมับแล้วดึงจนผ้าขนหนูหลุดติดมือมา

               “ฉันชนะ!!” อาโอมิเนะลุกขึ้นจากน้ำ มือนึงถือผ้าขนหนูผืนเล็กที่ชิงมาได้ไว้ด้วย เขาหันไปมองคิเสะเพื่อเย้ยแต่หนุ่มผมทองกลับถอยออกห่างพลางชี้ไปทางด้านหลัง

               “สนุกมากไหมไดกิ?”

อาคาชิถามอาโอมิเนะที่หันหน้ามามองเขาราวกับเห็นผี ผ้าขนหนูที่อาโอมิเนะดึงไปไม่ใช่ของฟุริฮาตะแต่กลับเป็นอาคาชิ ส่วนเส้นชัยตอนนี้ไปยืนหลบอยู่หลังมุราซากิบาระ ผู้เล่นเบอร์ 12 ของเซย์รินเอียงตัวมาดูสถานการณ์ก่อนจะรีบหลบกลับไปตามเดิม มิโดริม่ากับทาคาโอะหันหนีไปคนละด้านทั้งสองคนกำลังกลั้นหัวเราะกันอย่างสุดความสามารถ

“งานเข้าแล้วอาโอมิเนจจิ!!” หลังเสียงสั่นๆของคิเสะ กัปตันทีมราคุซันก็กระชากผ้าขนหนูจากมืออาโอมิเนะมาควงจนเป็นเกลียวแล้วฟาดเข้าที่หลังหนุ่มผิวแทนจนเกิดเสียงดัง

เพี๊ยะ-------!!!

“อ๊ากกกกกกก!!”

 

“สองคนนั้นเป็นอะไรหรือเปล่า!?” ฮิมูโระตกใจเสียงร้องที่ไม่แน่ใจว่าเป็นของคิเสะหรืออาโอมิเนะ คางามิกับคาซามัตสึรีบวิ่งลุยน้ำไปทางที่หนุ่มทั้งสองว่ายไป กลัวว่าจะมีใครเป็นอะไรเพราะการแข่งว่ายน้ำงี่เง่านี่จนมีผลต่อการเป็นนักกีฬาในภายหลัง

“เจ้างั่งมิเนะ!!” คางามิเรียกอาโอมิเนะตอนวิ่งพ้นโขดหินมาได้ หนุ่มผมแดงชะงักตอนเห็นเงาสูงใหญ่ผ่านไอน้ำร้อน คางามิเกือบจะร้องตกใจที่เจอบิ๊กฟุตกลางบ่อน้ำร้อน

“มุราซากิบาระ?” คาซามัตสึเรียกบิ๊กฟุต(ในความคิดคางามิ)ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา

“คาซะจิน คางะจิน” มุราซากิบาระเดินเข้ามาใกล้จนเห็นกันชัดเจน

“ทำไมนาย....” คางามิกำลังจะถามแต่เมื่อเขาคิดอยู่ครู่นึงก็ได้คำตอบเอง “อย่าบอกนะว่ามากับ...”

“ฉันมาที่นี่แล้วเป็นไงเหรอคางามิคุง” คนที่เคยหาตัวได้ยากก่อนศึกวินเตอร์คัพเดินผ่านกลุ่มไอน้ำมาหาคางามิ อาคาชิที่ไม่มีแม้แต่ผ้าเช็ดตัวปิดบังร่างกายมองคางามิแบบขอคำตอบ ด้านหลังกัปตันทีมราคุซันคือมิโดริม่า ทาคาโอะ มุราซากิบาระ และผู้ร่วมทริปอีกสามคนของคางามิ

“เดจาวู!!” คางามิร้องเสียงดัง ภาพสวนสนุกสุดหรรษาแล่นกลับเข้ามาในหัวราวกับหนังกรอซ้ำ “นี่มันเดจาวูชัดๆ!”

“คางามิจจิ รุ่นพี่ อยู่ตรงนี้คร้าบ” คิเสะโบกมือให้คาซามัตสึกับคางามิ ส่วนฟุริฮาตะกำลังดูรอยแดงบนหลังของอาโอมิเนะ นักกีฬาจากโทโอนอนคว่ำหน้าหมดสภาพอยู่ขอบบ่อน้ำ คงเจ็บจนไม่อยากให้โดนน้ำร้อนซ้ำรอยอีกรอบ

“เสียงเมื่อกี้อาโอมิเนะเองหรอกเรอะ” คาซามัตสึเข้าไปดูอาโอมิเนะ “นึกว่าล้มหัวแตก แขนหัก อะไรกันซะอีก”

“ฟาดมาได้....ฉันไม่ใช่ม้าของนายนะ เจ้าคนเผด็จการ!”

“ผลของการเล่นไม่ดูสถานที่ของนายเองนะไดกิ” อาคาชิพูดแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร “แล้วนายก็ทำผ้าขนหนูฉันเปียกด้วย”

“แล้วใครใช้ให้เอาผ้าขนหนูลงมาอาบด้วยเล่า” อาโอมิเนะยังเถียง “แล้วผ้าที่พวกฉันจะดึงน่ะมันของฟุริวาว่า นายมายืนขวางทำไม?” ตัวจริงที่จะถูกชิงผ้าขนหนูทำหน้าปะหลับปะเหลือก  รู้สึกเหมือนตกอยู่กลางวงล้อมอะไรสักอย่าง

“นั่นสิน้า ทำไมต้องขวางกันด้วยก็ไม่รู้” คิเสะพูดหยอกแต่อาคาชิทำเป็นไม่ได้ยิน

               “คิดว่ามาก็มา...ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ” คางามิเบ้ปาก ถึงไม่แปลกใจกับข่าววงในของพวกทีมปาฏิหาริย์แล้ว แต่ไอ้ที่เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่นี่...คาดการณ์ไม่ได้เลย “คราวนี้นายจะตามมาดูฉันเที่ยวกับอาโอมิเนะหรือไง?”

               “เรื่องของพวกนายฉันเลิกสนใจไปแล้ว” อาคาชิยักไหล่(คางามิ : ไม่ใช่เกมโชว์นะเฮ้ย!) “แต่คนฝั่งฉันคงมีเรื่องอยากพูดอะไรอยู่” อาคาชิพยักเผยิบไปทางมุราซากิบาระ

               “ห๋า?” คางามิมองสีหน้าบูดบึ้งของหนุ่มผมม่วง ทำให้นึกถึงฮิมูโระที่ไม่เปิดปากพูดถึงมุราซากิบาระเลยตั้งแต่ออกเดินทาง “มีเรื่องกับทัตสึยะ?”

               “ไม่เกี่ยวกับนายสักหน่อย” มุราซากิบาระพูดห้วนๆตอบคางามิไป พอดีกับที่ฮิมูโระและคุโรโกะลุยน้ำมาตามพวกคางามิเพราะเห็นว่าหายไปนานพอดี เมื่อเห็นมุราซากิบาระหน้าของฮิมูโระก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง เขาจงใจทำป็นมองไม่เห็นคู่หูร่วมทีมเมื่อเดินเข้ามาหากลุ่มเพื่อนๆ

               คุโรโกะขมวดคิ้ว “สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนนะ?....”

               “งายยย” ทาคาโอะโบกมือให้คุโรโกะ “มาแช่น้ำรวมกันทางนี้สิ” ตาเหยี่ยวทีมชูโทคุร่าเริงไม่ได้สนใจสภาพรอบข้างแม้แต่นิด

               “ถ้าแช่กับมูโระจิน ฉันขึ้นดีกว่า” มุราซากิบาระพูดเสียงดัง คงตั้งใจจะให้เจ้าของชื่อได้ยิน คางามิเหมือนเห็นรังสีฆ่าฟันในดวงตาฮิมูโระแวบนึง

               แต่ฮิมูโระก็แค่ถอนใจก่อนจะหันไปพูดกับคางามิ “หมดอารมณ์จะแช่แล้วล่ะฉันขึ้นก่อนนะไทกะ” พูดจบผู้เล่นทีมโยเซ็นก็ลุยน้ำกลับไปทางเก่าโดยไม่สนใจว่าจะทำลายบรรยากาศหรือไม่ คนที่เหลือเงียบกันไปพักนึงคาซามัตสึก็พูดขึ้นเป็นการจบเรื่องจบราวในบ่อน้ำร้อน

               “กลับที่พักกันเถอะ”

               ระหว่างเดินกลับจากบ่อกลางแจ้งอาคาชิก็เล่าให้ฟังว่าพวกเขามากันตอนไหน กลุ่มของอาคาชิขึ้นรถไฟขบวนเดียวกับคุโรโกะแต่ตั้งต้นกันคนละสถานี พวกเขาแวะทานมื้อเย็นกันในเมืองเพราะมิโดริม่าจะซื้อลักกี้ไอเทมก่อนถึงที่พัก พวกคุโรโกะจึงไม่เห็นพวกอาคาชิจนกระทั่งมาเจอกันที่บ่อน้ำกลางแจ้ง

               “ดูยังไงก็จงใจจะมาชนกันนะครับ” คุโรโกะมองอดีตกัปตันทีมเทย์โคด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ

               “ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าบังเอิญ” อาคาชิยิ้มรับคำคุโรโกะ

               “มีแต่นายที่รู้คนเดียวน่ะสิ” มิโดริม่าเดินคู่กันกับทาคาโอะ เขามองอาคาชิอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่ว่าจะเป็นอาคาชิคนไหน อาคาชิก็ยังทำตัวเป็นคนที่เข้าใจได้ยากเสมอ “เพราะรายการพยากรณ์บอกว่าราศีฉันจะต้องเกี่ยวพันกับเรื่องบาดหมาง ถึงได้ต้องซื้อลักกี้ไอเทมไว้ยังไงล่ะ” มิโดริม่าโชว์ตุ๊กตาลิงยัดนุ่นให้ดู

               “ท่าทางว่าจะแม่นซะด้วย” ทาคาโอะเออออตามคู่หู ก็เห็นๆอยู่ว่าฮิมูโระกับมุราซากิบาระมีเรื่องไม่ลงรอยกัน

               “ไม่ใช่ความผิดฉันซะหน่อย” มุราซากิบาระเคี้ยวขนมที่พกติดตัวมาด้วยความหงุดหงิด

               “รู้งี้นอนอยู่บ้านดีกว่า” อาโอมิเนะบ่นเซ็งๆ

              

               ตอนที่คางามิกลับมาที่ห้องพักเขาก็เจอว่าพี่ชายคนละสายเลือดคลุมโปงนอนไปก่อนแล้ว  ดังนั้นพวกคางามิจึงไปคลุกตัวอยู่ที่ห้องพักของอาคาชิเพื่อคุยกันเรื่องของมุราซากิบาระกับฮิมูโระ ถ้าให้ถามจากฝั่งคนของเขาคงไม่ได้ความอะไร ต้องมาถามจากมุราซากิบาระแทน แต่หนุ่มผมม่วงก็ไม่ทำอะไรนอกจากกินขนมเหมือนตายอดตายอยาก

               “อัทสึชิ ถ้ายังทำแบบนี้เราจะพูดกันไม่รู้เรื่องนะ” อาคาชิปรามมุราซากิบาระราวกับเป็นผู้ปกครอง ซึ่งคางามิคิดว่าเหมือนอยู่

               “บอกแล้วไงว่าฉันไม่มีเรื่องอะไรกับมูโระจิน” มุราซากิบาระยังดื้อดึงไม่ยอมอธิบายให้ผู้ร่วมทริปเข้าใจ พวกเขาต้องรบเร้าให้หนุ่มโยเซนยอมเปิดปากก่อนที่การมาเที่ยวจะกร่อยไปมากกว่านี้

               “ที่เมินใส่เขาเมื่อกี้น่าเชื่อมากเลยนะ” มิโดริม่าพูดจี้ใจดำมุราซากิบาระ

               “หนวกหูน่า!”

               “อัทสึชิ เพราะนายมีปัญหากับผู้ร่วมทีมคุณโอคามูระถึงได้ออกปากขอร้องฉันว่าให้ช่วยจัดการนายสักที และฉันก็รับปากเขาแล้ว” เสียงของกัปตันทีมราคุซันดุขึ้นเรื่อยๆ “ช่วยทำให้มันง่ายขึ้นหน่อยได้ไหม?”

มุราซากิบาระไม่กล้าขัดอาคาชิ เขาได้แต่หันหน้าไปมองทางอื่นแบบเด็กดื้อที่ไม่ยอมจำนน แต่เมื่อาคาชิเรียกชื่อเขาอีกครั้ง หนุ่มผมม่วงก็ยอมวางขนมในมือลง มุราซากิบาระขยับตัวสองสามครั้งก่อนจะเปิดปากพูด

“ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับมูโระจินแล้ว” น้ำเสียงของมุราซากิบาระติดจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย คงเพราะเขาถูกบังคับให้พูด “เราเลยทะเลาะกัน”

“ห๋า!!” คางามิ อาโอะมิเนะ และคิเสะร้องขึ้นพร้อมกัน

 “นี่นายเป็นเด็กประถมเหรอไง?” คำถามของคางามิทำมุราซากิบาระของขึ้น ถ้าอาคาชิไม่อยู่ที่ห้องนี้ด้วยคางามิอาจจะโดนดึงขนคิ้วอีกก็ได้

“มูโระจินต่างหากที่เด็ก!” หนุ่มผมม่วงแก้อาการโมโหด้วยการแกะขนมถุงใหญ่แล้วเอาเข้าปากในคำเดียว

               “ใครจะเด็กก็ช่างแต่นายช่วยขยายความหน่อยได้มะ” อาโอมิเนะพูดบ้าง “ทำไมนายถึงจะไม่เป็นเพื่อนกับฮิมูโระแล้ว ที่เคยเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยนั่นหายไปไหนแล้ว?” ตั้งแต่ที่ฮิมูโระมาวุ่นวายเรื่องของเขากับคางามิ อาโอมิเนะจำได้ว่ามุราซากิบาระเข้าข้างฮิมูโระทุกอย่าง 

               “ผมก็อยากรู้เหมือนกันนา มุราซากิบารัจจิออกจะเข้ากับคุณฮิมูโระได้ดีนี่นา” แต่ยกเว้นตอนเปิดศึกกับเซย์รินไว้แล้วกัน....คิเสะคิดในใจ

               มุราซากิบาระยังเคี้ยวขนมต่อจนอาคาชิต้องย้ำเขาอีกครั้ง หนุ่มผมม่วงจึงยอมเล่าในที่สุด “มูโระจินบอกว่าจะกลับอเมริกา เขาจะไปเรียนต่อที่นั่น” มุราซากิบาระแกะขนมอีกถุงออกมาเคี้ยวเหมือนระบายความไม่พอใจ “ฉันเลยบอกไปว่า ถ้ามูโระจินไปอยู่ไกลขนาดนั้น เราไม่เป็นเพื่อนกันซะยังจะดีกว่า พวกเราเลยทะเลาะกัน”  คนฟังแต่ละคนมองหน้ากันแล้วไม่แน่ใจว่าเพื่อนตัวสูงโย่งของพวกเขาอยู่มัธยมหรือประถมกันแน่ แต่พูดออกไปคงไม่ได้คุยกันต่อ

               “เอ่อ...ถึงไกลกัน ก็ใช่ว่าทัตสึยะจะเลิกติอต่อนายไปเลยนี่”

               “แล้วตอนนายมาอยู่ญี่ปุ่น นายติดต่อกับมูโระจินบ้างไหมล่ะ?” มุราซากิบาระถามคางามิกลับ

               “ก็ตอนนั้นเราขัดใจกันอยู่จะให้...”

     &