[Kuroko-Fanfic] Blue Flame 13 /AoKaga/

posted on 17 Aug 2014 11:31 by taminkn in Fanfic directory Fiction, Cartoon
รีบมาต่อแล้วค่ะ แต่ก็ทิ้งระยะห่างพอสมควร OTL ....ขอโทษค่ะ
ตอนนี้เกือบๆจะเป็นตอนส่งท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของคู่แย่งซีนแล้ว(ดาเมจกว้างมาก)
ตอนต่อๆไปจะกลับมาเป็นฟ้าไฟเป็นหลักตามเดิม จะดราม่ามุ้งมิ้ง หรือถูกกแย่งซีนอีกยังไง
ก็รออ่านกันนะคะ ^^
 
 
*****************************************
 

Blue Flame 13

 

               เพราะดับเบิ้ลเดทคราวนี้มีคุโรโกะไปด้วย นอกจากไม่ต้องกังวลว่าอาโอมิเนะจะทำอะไรลามกแล้วคางามิยังได้เลือกที่ที่เขาอยากจะไปเที่ยวเองอีกด้วย ถึงเหตุผลจริงๆคือทั้งคุโรโกะและอาโอมิเนะไม่รู้จะไปที่ไหนเลยโบ้ยมาให้คางามิเลือกก็เถอะ แต่คนที่เพิ่งได้มาเหยียบญี่ปุ่นแค่ปีเดียวอย่างคางามิมีหรือจะสนใจ หนุ่มผมแดงเลยหาที่เที่ยวตามใจตัวเองสุดๆ  

               “อยู่บ้านก็ทำกับข้าว มานี่ก็มาทำคอนเนียคุ นายจะเตรียมตัวออกเรือนหรือไง?” อาโอมิเนะบ่นเมื่อพวกเขาต้องมาเรียนทำคอนเนียคุ(หัวบุก)อาหารขึ้นชื่อของกุนมะตามที่คางามิอยากทำ

               “นายบอกให้ฉันเที่ยวตามใจเองนะ” คางามิทำไม่รู้ไม่ชี้กับหน้าบึ้งๆของอาโอมิเนะ “ทำแล้วก็จะให้นายกิน ก่อนด้วย หรือไม่อยากกินล่ะ?”

               หนุ่มผิวแทนมองชุดผ้ากันเปื้อนที่คางามิใส่ “....ก็ได้...” เพราะผ้ากันเปื้อนหรอกนะเขาถึงจะเลิกบ่น “แต่ทำไม่อร่อยฉันจะทำโทษทีหลัง” อาโอมิเนะยื่นมือไปจับเอวคางามิแล้วก็โดนคุโรโกะสับด้วยสันมือทันที

               “เกรงใจอาจารย์ผู้สอนหน่อยครับ” คุโรโกะหมายถึงคุณป้าที่เป็นผู้รับผิดชอบคอสทำคอนเนียคุที่พวกเขามาเรียนกันวันนี้

               “นี่ก็ขัดจริง! บอกมา นายรับสินบนอะไรมาจากฮิมูโระ!?”

                    “ถึงไม่รับก็ขัดได้ครับ แค่หมั่นไส้เฉยๆ” คุโรโกะตอบหน้าตาย

               คางามิทำไม่สนใจอดีตคู่หูแสง-เงาที่ยังต่อร้องต่อเถียงกันไม่จบ เขาลงมือทำคอนเนียคุกับอาจารย์สาวมากวัยอย่างขมักเขม้น ไม่นานคอนเนียคุที่คางามิทำก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งคุณป้าเจ้าของคอสเรียนจะเอาไปทำอาหารให้พวกเขาทานต่อจากนี้ พวกคางามิจึงไปนั่งรอในห้องรับประทานอาหารอาหารข้างๆกันแล้วเริ่มกลับมาคุยเรื่องฮิมูโระกับมุราซากิบาระต่อ

               “พวกนายแน่ใจได้ไงว่าแผนดับเบิ้ลเดทของคิเสะจะไปรอด?”

               “ไม่ครับ/ ไม่อ่ะ” คุโรโกะกับอาโอมิเนะพูดพร้อมกัน

               “แล้วก็ยอมทำตามแผนเนี่ยนะ!” คางามิทำหน้าเหวอ พวกทีมปาฎิหาริย์นี่ยังไงของเขากัน?

               “ฉันจะไปรู้ใจพี่ชายนายได้ไงเล่า” อาโอะมิเนะเถียง “อีกอย่างพวกเราก็แค่หาทางให้สองคนนั้นออกไปเที่ยวด้วยกันเฉยๆ ไม่ได้ไปวางแผนสร้างสถานการณ์อะไรเลย”

               “อาคาชิก็ไปด้วยนี่ครับ หวังว่าเขาคงทำอะไรสักอย่าง” คุโรโกะคิดว่างั้น

               “อย่างกะคราวของฉันมันดีนักนี่” อาโอมิเนะยังไม่ลืมเรื่องที่สวนสนุกสุดหรรษาของเขากับคางามิเลย “ยกเว้นอาคาชิจะจับฟุริวาว่ามาขู่ให้ฮิมูโระยอมยกโทษให้มุราซากิบาระ คิดว่าไง”

               “ไอเดียไม่สร้างสรรค์เลยครับ”

               “ฟุริฮาตะไม่ใช่ตัวประกันนะ!” คางามิเผลอจับแก้มที่เคยโดนกรรไกรเฉี่ยวอย่างเสียวสันหลังวาบ “หมอนั้นคงไม่ทำแบบนั้นหรอก ...ใช่ไหม?”

              

               ถึงไม่ใช่ตัวประกันก็เหมือนเป็นอยู่ดี ฮิมูโระคิดอย่างนี้ตลอดเวลาที่ต้องเขาคอยตามดูว่าฟุริฮาตะจะรอดไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ฮิมูโระเดาไม่ถูกว่าอาคาชิคิดอะไรอยู่ ถึงจะเป็นการจับคู่เดทกันเพื่อให้เขามาเที่ยวกัยมุราซากิบาระ แต่อาคาชิไม่จำเป็นต้องปฎิบัติกับฟุริฮาตะเหมือนกับว่านี่เป็นการเดทกันจริงๆ ตั้งแต่ที่ร้านอาหารจนถึงศาลเจ้า ฟุริฮาตะกับอาคาชิยังคงจับมือกันอยู่(ถึงฟุริฮาตะจะตัวสั่นในบางครั้ง)

               “เพื่อนนายอยากทำอะไรกันแน่” ฮิมูโระถามมุราซากิบาระอย่างอดรนทนไม่ได้

               “ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ” มุราซากิบาระพูดห้วนๆ เพราะยังหาทางคืนดีกับฮิมูโระไม่ได้เขาเลยหงุดหงิด มุราซากิบาระจึงไม่สนใจว่าอาคาชิกับฟุริฮาตะจะเป็นยังไง

               “....นายนี่ไม่คิดจะสนใจอะไรเลยสินะ”

               “เปล่าสักหน่อย มูโระจินอย่าชวนทะเลาะสิ” มุราซากิบาระรีบแก้ตัว เขาไม่ชอบอะไรอย่างนี้เลย

               “คนที่หาเรื่องทะเลาะกันตั้งแต่แรกคือนายนะ”

               “ก็เพราะมูโระจินจะหนีกลับอเมริกาต่างหาก!” มุราซากิบาระพูดเสียงดังจนอาคาชิกับฟุริฮาตะที่กำลังอ่านป้ายอธิษฐานต้องหันมามอง “....ฉันถึงไม่อยากเป็นเพื่อนกับนายไง” คนไม่เคยยอมลงให้ใครพยายามจะพูดความรู้สึกแท้จริงของตัวเอง ฮิมูโระคือเพื่อนคนสำคัญ และการที่อีกฝ่ายจะไปอยู่ซะไกลถึงอเมริกา มันทำให้มุราซากิบาระรู้สึกเหมือนถูกลืมทิ้งไว้ข้างหลัง

               “ฉันผิดหรือไง?” ที่จริงแล้วเรื่องทั้งหมดนี้จะจบลงเพียงแค่ฮิมูโระบอกมุราซากิบาระไปว่า เรื่องกลับอเมริกาเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่เพราะถูกมุราซากิบาระทำตัวแย่ๆใส่ ฮิมูโระจึงไม่พูดออกไป “ครั้งนี้นายทำตัวไม่ดีมากเกินไปแล้วนะอัทสึชิ ถ้าไม่อยากเป็นเพื่อนกัน เราก็ตัดเพื่อนกันวันนี้เลยแล้วกัน” ฮิมูโระว่าพลางหันหลังเดินกลับออกไปจากศาลเจ้า เขาทิ้งบรรยากาศดีๆกับทิวทัศน์ที่ไม่เคยได้เห็นไว้เบื้องหลัง เพราะไม่มีอารมณ์จะเที่ยวฮิมูโระจึงไม่รู้สึกเสียดายอะไร

               ยกเว้นแต่เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่ง

มุราซากิบาระอ้าปากค้าง ตั้งแต่ที่เคยทะเลาะกันมา ฮิมูโระก็พยายามอดทนกับพฤติกรรมโตแต่ตัวของมุราซากิบาระมาตลอด ครั้งที่แข่งกับเซย์รินพวกเขาก็ยังร่วมเล่นด้วยกันได้ และอีกหลายๆครั้งที่มุราซากิบาระเอาแต่ใจจนต้องให้ฮิมูโระปราม แม้กระทั้งตอนนี้ที่พวกเขาทะเลาะกัน ฮิมูโระยังคงใช้ความอดทนกับมุราซากิบาระอยู่ จนกระทั่งมาเป็นฝ่ายพูดเองว่าจะตัดเพื่อนกับมุราซากิบาระแล้ว

“คุณฮิมูโระ!” ฟุริฮาตะจะวิ่งไปรั้งตัวหนุ่มผมดำไว้แต่อาคาชิดึงมือเขาไว้ก่อน

“ต้องให้อัทสึชิจัดการเรื่องนี้เอง”

“สองคนนั้นทะเลาะกันหนักขึ้นแล้วนะ”

“คอยสักพักก่อน” อาคาชิปรามฟุริฮาตะ

มุราซากิบาระหุบปากตัวเองแล้วเปลี่ยนมาเป็นกัดฟัน ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้เรื่องมันต้องจบไม่สวยแน่ๆ หนุ่มผมม่วงกลั้นใจวิ่งไปตัดหน้าฮิมูโระ เพื่อนร่วมทีมที่ตัวเล็กกว่าส่งสายตาไม่พอใจให้ แต่ก่อนที่ฮิมูโระขะออกปากว่า มุราซากิบาระก็ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากจะทำที่สุด

“ต่อยฉันเลยสิ!” มุราซากิบาระตะโกนเสียงดังพลางอ้าแขนออกเพื่อรับการโจมตีทุกรูปแบบ(?) “ต่อยมาเล้ย!”

“...ห๋า?” คิ้วของฮิมูโระขมวดเข้าหากัน

“ฉันน่ะ ไม่ยอมถูกมูโนะจินทิ้งไว้ข้างหลังแน่ เป็นเพื่อนกันแท้ๆแต่นายกลับเลือกจะไปอเมริกา” มุราซากิบาระพูดเสียงเข้มแต่เหงื่อกลับไหลพรากเพราะความกดดัน(กลัวหมัด) “แบบนั้นมันใจร้ายจะตายไป ไม่คิดถึงคนอื่นเลยสักนิด แต่ถ้านายบอกว่าฉันผิด มูโระจินก็ต่อยฉันมาได้เลย!”

“นี่เป็นคำพูดขอโทษของนายแล้วเหรอเนี่ย?”

“ก็....” คนหัวดื้อเม้มปากแน่น “จะว่างั้น....ก็แล้วแต่”

“นายนี่มัน....หัดยอมรับผิดหน่อยได้ไหม” ฮิมูโระพูดเหมือนเหนื่อยใจ ยังไงมุราซากิบาระก็ยังคงดื้อดึงไม่เปลี่ยน ถึงได้มีเพื่อนน้อยจนนับคนได้ไงล่ะ ความโกรธของฮิมูโระจากที่กำลังขึ้นก็ค่อยๆลดลงแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะหายโกรธแล้ว “นายจะบอกว่าเพราะฉันทิ้งเพื่อนไปอเมริกา ก็เลยโกรธ งั้นสิ?”

“งั้นสิ” มุราซากิบาระยังอ้าแขนรอหมัดอยู่ท่าเดิม

“แล้วก็ทำไม่ดีกับฉัน ก็เพราะนายโกรธด้วย ใช่ไหม?”

“แหงสิ”

“นายไม่มีเหตุผลเกินไป คิดว่าฉันจะรับเหตุผลนั่นได้เหรอ?” ฮิมูโระมองเพื่อนร่วมทีมอย่างตำหนิ

“ใครว่าไม่มีเหตุผล!” มุราซากิบาระเถียงกลับ “ที่ฉันพยายามไม่เป็นเพื่อนกับมูโระจิน เพราะว่าถ้ามูโระจินไม่อยู่แล้ว ฉันจะ....จะ....”

“จะอะไร?”

“....แบบว่า....นั่นน่ะ....” มุราซากิบาระอึกอัก “ถ้านายไม่อยู่....ฉันคง....”

“แค่จะพูดคิดถึงเพื่อนนายยังทำไม่ได้เลย จะขอโทษฉันยังไง?” ฮิมูโระยืนกอดอกมองหน้ามุราซากิบาระ

มุราซากิบาระไม่ชอบการถูกหยามมากที่สุด แต่ตอนนี้ฮิมูโระเป็นต่อเขาอยู่ จะให้พูดอะไรได้นอกจากยอมรับๆมันไปซะ “ก็ถึงได้ให้ยอมต่อยแบบนี้ไงเล่า...” มุราซากิบาระ “เอาสิ ต่อยมาเลย!”

“ที่นายทำไม่ดีกับฉันไว้ตั้งหลายครั้ง ให้แค่ต่อยน่ะไม่พอนะ” ฮิมูโระต่อรองด้วยรอยยิ้ม แต่ดูเหมือนรอยยิ้มของเพชรฆาตกำลังจะลงดาบนักโทษยังไงอย่างงั้น

“แค่ต่อยไม่พออีก?!” มุราซากิบาระมองไปทางอาคาชิเพื่อขอความช่วยเหลือ อาคาชิส่ายหน้าปฎิเสธ เขาทำมือว่าให้มุราซากิบาระรับๆคำของฮิมูโระไปแต่โดยดี “...งั้นนายจะเอาอะไร แท่งอร่อยหนึ่งปี หรือว่าต่อยอีกสองที?”

“แค่นั้นไม่เอาหรอก” ฮิมูโระทำหน้าคิด ฟุริฮาตะบอกไม่ถูกเลยว่าตอนนี้ฮิมูโระยังโกรธอยู่หรือคิดจะแกล้งมุราซากิบาระกลับ เด็กหนุ่มนึกถึงตอนที่คางามิพูดว่าฮิมูโระเป็นพวกโปกเกอร์เฟสทำให้จับความคิดได้ยาก “เอาเป็นต่อไปนี้นายต้องฟังที่ฉันพูด ไม่เอาแต่ใจ แล้วก็ต้องทำตัวดีกับคนอื่นๆในทีมด้วย ได้ไหมล่ะ?”

มุราซากิบาระอ้าปากจะพูดว่าตกลงในตอนแรก แต่เมื่อคิดแล้วว่าสำหรับตัวเองแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ถึงจะรู้ว่าตัวเองทำเรื่องยุ่งยากให้ทีมบ่อยๆแต่นี่ก็คือตัวเขาเอง เพราะงั้นถึงได้ไม่ฟังใครและเอาแต่ใจเสมอ มุราซากิบาระเม้มปากแน่น เขาค่อยๆพูดด้วยเสียงเบาจนต้องตั้งใจฟัง “ก็....ได้.....เท่าที่ได้.....นะ”

“หืม....” ฮิมูโระเอียงคอมองมุราซากิบาระที่ไม่มองหน้าเขาตรงๆ คงคิดว่าถ้าทำตัวว่าง่ายกว่านี้ก็เหมือนแพ้ทางเขา “อัทสึชิก็ทำในแบบอัทสึชิล่ะนะ ถือว่าเราตกลงกันแล้วนะ” พูดจบฮิมูโระก็ยิ้มให้เพื่อนร่วมทีมตัวสูงโย่งของเขาและทำตามข้อตกลงข้อต่อไปที่มุราซากิบาระยอมให้ “กัดฟันไว้นะ”

ครู่ต่อมาฟุริฮาตะก็สะดุ้งเฮือกและตัวสั่นเป็นชิวาว่าตื่นสนามเมื่อได้เห็นหมัดขวาตรงของฮิมูโระ ที่ทำให้มุราซากิบาระล้มทั้งยืนได้ในชั่วพริบตา

ฟุริฮาตะรีบวิ่งเข้าไปดูมุราซากิบาระ หนุ่มผมม่วงสลบไปเลย “หะ....โหด!”

“เฮ้อ ค่อยโล่งหน่อย” ฮิมูโระปัดมือของตัวเองเบาๆ

“ผิดกับหน้าตาจริงๆ” แม้แต่อาคาชิเองก็ตะลึงอยู่ไม่น้อยที่คนตรงหน้าสามารถล้มผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองได้ด้วยการต่อยเพียงครั้งเดียว

แต่ก็ถือว่าเรื่องมันจบลงได้ด้วยดี........กว่าที่คิด

 

**************************

“ลางไม่ดีเลย.....” มิโดริม่าพูดตอนที่เขาพลาดวาดลายบนตัวดารุมะผิดไป “ต้องเกิดเรื่องคอขาดบาดตายอะไรขึ้นแน่” หนุ่มแว่นถือพู่กันด้วยมือที่สั่นสะท้าน

“เพื่อนนายลงไปนอนนับดาวแล้วมั้ง” ทาคาโอะพูดขณะที่วาดลายเหยี่ยวบนตัวดารุมะของเขา “ชินจัง ตรงนี้ฉันเติมดอกไม้ดีไหม?”

“วันนี้ท้องฟ้าไม่แจ่มใสซะด้วย” มิโดริม่าพึมพำกับตุ๊กตาดารุมะ

“สนใจกันหน่อยเซ่ แล้วท้องฟ้ามันก็ไม่ปลอดโปรงทุกวันหรอกน่า” ทาคาโอะยังคงไม่รู้สึกถึงลางไม่ดีอะไรต่อไป “เอาไปไว้ที่ห้องชมรมดีไหมน้า”

“ถ้างั้นก็ต้องวาดกระต่ายลงไปด้วย มันจะได้เสริมกัน”

“วิธีเสริมดวงอะไรของนายเนี่ย!”

********************************

 

“เอ็บชะมัด” มุราซากิบาระนอนอยู่ในห้องพักของผู้ดูแลศาลเจ้าที่เดิมที่พวกเขาเข้าไปสักการะ หนุ่มผมม่วงมีผ้าเย็นแปะอยู่ข้างแก้มที่บวมเป่งของเขา “นายไอ่ออมมือเลยนะ” เพราะยังเจ็บที่แก้มซ้ายอยู่มุราซากิบาระเลยพูดไม่ชัดนัก

“แรงตามความเครียดสะสมน่ะ” ฮิมูโระนั่งดูแลเพื่อนร่วมทีมอยู่ข้างกัน ใกล้ๆพวกเขามีฟุริฮาตะด้วย ส่วนอาคาชิไปขอโทษคนผู้ดูแลศาลเจ้าที่พวกเขาดันมาก่อเรื่องในศาลเจ้าที่ผู้คนให้ความเคารพ แถมยังมาขอใช้ห้องพักผู้ดูแลศาลเจ้าเพราะมุราซากิบาระสลบไปเกือบชั่วโมงเลยทีเดียว ฟุริฮาตะคิดว่ามุราซากิบาระจะถูกหามไปโรงพยาบาลซะแล้ว

“แรงไป”

“ผู้ดูแลศาลเจ้าบอกให้นายนอนพักก่อนได้” อาคาชิเข้ามาในห้องพักแล้วนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกันกับฟุริฮาตะ “จนกว่าอาการเมาหมัดของนายจะหายน่ะนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขบขันไม่น้อย

“เงียบไปเลย ไม่โดนมั่งแล้วไอ” พูดจบมุราซากิบานะก็โอดโอยกับอาการระบมที่แก้มของเขา นอกจากจะเจ็บตัวแล้วยังต้องมาเสียหน้าอีก ตอนที่มุราซากิบาระฟื้นขึ้นมา ฮิมูโระบอกทุกอย่างกับเพื่อนร่วมทีมผมม่วงแล้วว่า เรื่องที่ฮิมูโระรจะไปเรียนต่ออเมริกานั้นเป็นเรื่องที่มุราซากิบาระเข้าใจผิดคิดเองเออเองไปคนเดียว 

“ยิ่งพูดยิ่งเจ็บนะอัทสึชิ” คนลงมือหนักไม่หน่อยพูดปลอบใจ นอกจากจะไม่ช่วยให้ดีขึ้นยังรู้สึกเจ็บมากขึ้นด้วย

 “ฉันบอกแล้วไงอัทสึชิ บางครั้งคนเราก็ต้องยอมเจ็บตัวเพื่อผลรับที่ดีบ้าง” มุราซากิบาระมองอาคาชิตาเขียว เขาทำได้แค่ส่งสายตาใ