[Kuroko-Fanfic] Blue Flame 14 /AoKaga/

posted on 12 Sep 2014 04:42 by taminkn in Fanfic directory Fiction, Cartoon
นอนไม่หลับเพราะท้องเสียเอากลางดึก
ทั้งที่เพิ่งหายหวัดแต่ไม่ยอมไปพักต่อ TAT รู้สึกว่าไม่เขียนแล้วมันจะนอนต่อไม่ได้
/เดี๋ยวเอ็งต้องไปทำงานต่ออยู่ดี OTL

ตอน 14 แล้วค่ะ อีกตอน(หรือสอง)จะเป็นตอนจบแล้วนะคะ
/ทายสิจะยังมีคู่แย่งซีนอยู่ด้วยไหม
ปล.ยังไม่เกลาอาจมีคำผิดเยอะ ขออภัย
 
*********************
 
 

Blue Flame 14

 

            คางามิตื่นขึ้นมากลางดึกเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรหนักๆมาทับเขาไว้ โดยไม่ต้องขยับตัวหันไปมอ

งหนุ่มผมแดงก็เห็นแขนสีแทนข้างนึงพาดเอวเขาอยู่ คางามิแค่ระบายลมหายใจแล้วพลิกตัวหันกลับไปหาเจ้าของแขน อาโอมิเนะยังหลับอยู่ตอนที่คางามพลิกตัว แต่หนุ่มผมน้ำเงินก็ยกแขนขึ้นตามสัญชาตญาณและกลับมาวางบนเอวคางามิอีกครั้ง เพราะไม่มีฮิมูโระแล้วอาโอมิเนะเลยแย่งที่นอนกับคุโรโกะเพื่อนอนข้างๆเขาเป็นผลสำเร็จ  แต่ก็ไม่มีอะไรนอกจากนอนหลับอยู่ข้างกันเฉยๆ ไม่ก็พวกเขาเหนื่อยเกินไป หรืออาโอมิเนะอาจจะแค่อยากนอนใกล้ๆกับคางามิเท่านั้นก็เป็นได้

                “หัดทำตัวดีๆแบบนี้ทุกวันซะบ้างสิ” คางามิเอานิ้วจิ้มหน้าผากอาโอมิเนะด้วยความมั่นหน้า  “ไม่งั้นทัตสึยะคงตามถอนผมนายทุกวันแหง” เขาเองก็จะได้ไม่ต้องผิดสัญญากับพี่ชายต่างสายเลือดด้วย เพราะเขาชักจะหวั่นไหวมากขึ้นทุกวันซะแล้วสิ

                แต่ให้ตายก็ไม่บอกหรอก เจ้างั่งมิเนะ

                คางามิดึงแก้มอาโอมิเนะก่อนตัวเองจะหลับตาลงนอนต่อทั้งที่ยังถูกกอดเอาไว้

 

               

                ฝ่ายที่ต้องลืมตาตื่นขึ้นกลางดึกต่อจากคางามิคืออาคาชิ เพราะสมาชิกกลุ่มเดทของเขายังไม่อยากนอนแต่หัวค่ำเขาจึงต้องแลกห้องกันนอนกับพวกคางามิ แต่สาเหตุที่ทำให้อาคาชิตื่นไม่ใช่เพราะเขานอนไม่หลับแต่มาจากผู้บุกรุกยามวิกาลในฟูกนอน

ฟุริฮาตะนอนอยู่ระหว่างฟูกของอาคาชิกับฟูกของตัวเอง ถ้าก่อนนอนฟุริฮาตะไม่ถอยไปซะเกือบชิดกำแพงห้อง อาคาชิคงเข้าใจว่านี่เป็นการเข้าหากันของอีกฝ่าย แต่ต่อให้ฟุริฮาตะกล้าทำก็คงล้มเหลวและใจไม่ถึงพอที่จะทำทั้งที่มีคนอื่นอยู่ในห้องกับพวกเขาด้วย อาคาชิถอนใจที่เห็นเด็กหนุ่มเซย์รินนอนดิ้นเก่งจนถีบผ้าห่มกับหมอนของตัวเองไปคนละทิศคนละทาง หนำซ้ำยังแย่งผ้าห่มเจ้าของฟูกที่ตัวเองเข้ามายึดที่ครึ่งนึงไว้หน้าตาเฉย

 “ไม่รู้สถานะของตัวเองเลยนะ” อาคาชิมองใบหน้าที่ยังหลับไม่รู้เรื่องของเด็กหนุ่มผมน้ำตาล เขาไม่รังเกียจฟุริฮาตะ โคคิ แต่ตราบที่มันยังเป็นแค่ –ไม่รู้สึกรังเกียจ- เขาก็ไม่สามารถตอบรับอีกฝ่ายได้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแข่งขันหรือเรื่องความรัก อาคาชิก็ไม่คิดจะอ่อนข้อให้ทั้งนั้น

“นายจะทนชอบฉันอยู่ฝ่ายเดียวไปได้อีกนานแค่ไหนล่ะ?”

ถึงจะถามออกไป อาคาชิก็ไม่ได้ต้องการคำตอบจากฟุริฮาตะ กัปตันราคุซันไม่ได้ผลักอีกฝ่ายออก เขายังใจดีไม่รบกวนคนหลับ(ทั้งที่ตัวเองถูกกวน) อาคาชิแค่พลิกตัวนอนหันหลังให้เพื่อจะกลับสู่ช่วงนิทราของตนเองบ้าง แต่เมื่อหลับตาลงเขากลับรู้สึกถึงมือที่สวมกอดจากทางด้านหลัง ฟุริฮาตะซุกหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของอาคาชิเพื่อหาความอบอุ่นให้กับตนเอง

“ฟุริฮาตะคุง....” อาคาชิลองเรียกคนหลับดู เขาได้ยินเสียง อืม เป็นการตอบรับ แต่อ้อมกอดก็ยังไม่คลายออก “ฟุริฮาตะ โคคิ”

“งืออ...อาคาชิ” เด็กหนุ่มผมน้ำตาลสะลึมสะลือตอบกลับ “.....ชอบนะ”

คนถูกกอดยังนอนนิ่งไม่ขยับตัวหนีไปไหน อาคาชิแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ ถ้าเป็นเวลาปกติฟุริฮาตะคงพูดเสียงสั่นๆ แต่ตอนที่ไม่รู้ตัวกลับพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำแถมกล้าอย่างไม่น่าให้อภัย “ตื่นขึ้นมาแล้วช็อคหมดสติไป ฉันไม่รู้ด้วยนะ” อาคาชิพูดไว้แค่นั้นก่อนจะหลับไปพร้อมกับความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่ยังไม่คลายจากตัว

ในเช้าของวันเดินทางกลับ อาคาชิก็ตื่นสายเป็นครั้งแรกในรอบเดือนเพราะฮิมูโระและมุราซากิบาระไม่กล้าที่จะปลุกเพื่อนร่วมห้องพักทั้งสองที่ยังคงนอนเบียดอยู่บนฟูกผืนเดียวกัน

 

**************************

 

“ทุกคน มาถ่ายรูปที่ระลึกกันเถอะ” คิเสะส่งเสียงเรียกเพื่อนๆอย่างอารมณ์ดีออกหน้าออกตา เพราะการมาเที่ยวครั้งนี้คนที่คุ้มสุดๆอยู่คนเดียวคือนายแบบหนุ่ม คิเสะ เรียวตะ คนนี้นี่เอง

ก่อนเดินทางกลับด้วยรถไฟเที่ยวเย็นพวกเขาใช้เวลาที่เหลือในกุนมะด้วยการถ่ายรูปเล่นตามสถานที่ต่างๆเท่าที่ไปได้และหาซื้อของกลับฝาก กลับบ่นไปคนละนิดคนละหน่อย ทั้งที่คิดว่ายังมีเวลาเล่นกันอีกเยอะแต่แปปเดียวก็ถึงเวลาที่ต้องขึ้นรถไฟกลับกันแล้ว

“จะขึ้นรถอยู่แล้วยังจะถ่ายอีก” อาโอมิเนะผลักหัวทองๆของเพื่อนไปให้พ้นทางเขากับคางามิ เพราะเมื่อขึ้นชินคังเซนกลับโตเกียว เขาก็ต้องแยกกันนั่งกับคางามิเหมือนตอนที่มา เพราะฮิมูโระยังคงตามติดพฤติกรรมเขาต่อ นึกว่ามีมุราซากิบาระมาช่วยแล้วฮิมูโระจะไม่ยุ่งกับพวกเขาแล้วซะอีก

“ยังไงพวกนายก็ต้องกลับไปด้วยกันอยู่ดี” ฮิมูโระพูดโดยไม่สนใจอาโอมิเนะ “ฉันน่ะอยากไปค้างที่ห้องไทกะหรอกนะ แต่ต้องไปสวัสดีพวกคุณแม่ของอัทสึชิก่อน” เพราะเคยรบกวนไว้หลายครั้ง ฮิมูโระจึงอยากเอาของฝากจากกุนมะไปขอบคุณครอบครัวของมุราซากิบาระเสียหน่อย

“แต่งๆกันไปเลยไป!”

 

ถึงอย่างไรอาโอมิเนะก็ถูกจับแยกที่นั่งกับคางามิอยู่ดี หนุ่มผิวแทนทำหน้าเซ็งๆที่ตอนขากลับก็ต้องมานั่งข้างฮิมูโระแถมยังต้องมาดูคิเสะกับคาซามัตสึหวานแหววกันอีก กลุ่มเซย์รินแยกไปนั่งด้วยกันสามคนตามเคย ส่วนพวกอาคาชินั้นอยู่โบกี้อื่น ซึ่งเป็นผลดีกับฟุริฮาตะมากๆ เพราะตั้งแต่เช้ามานี่เขาก็มีเรื่องให้ระทึกใจตลอด

“ฟุริฮาตะคุงครับ” เพราะเห็นว่าได้อยู่ด้วยกันแค่สามคนแล้ว คุโรโกะจึงเปิดประเด็นค้างคาขึ้นมาก่อน “มีเรื่องอะไรกับอาคาชิคุงหรือเปล่าครับ?”

“เห๊ะ!” ฟุริฮาตะเกือบจะทำถุงมันฝรั่งระเบิดคามือแล้วตอนที่คุโรโกะถาม “มีอะไร ยังไงเหรอ?”

“ก็นายทำตัวแปลกๆกับอาคาชิ” คางามิดึงถุงมันฝรั่งออกจากมือเพื่อน “คิเสะน่ะดูจะสนใจมากเป็นพิเศษเชียวนะว่าพวกนายมีเรื่องลับลมคมในอะไรกัน” แถมยังคิดไปในเชิงชู้สาวด้วย

“อ่ะนะ....ฉันก็ไม่อยากจะบอกเรื่องนี้หรอก แบบว่า....” ฟุริฮาตะลังเลที่จะตอบ “ที่จริงฉัน.....ยังกลัวอาคาชิอยู่น่ะ” คางามิกับคุโรโกะมองหน้ากันก่อนจะหันมามองฟุริฮาตะ “จริงๆนะ คือเราก็คุยกันได้แหล่ะ แต่แบบว่าบางทีฉันก็รู้สึกเกร็งๆขึ้นมา ก็แบบว่า....นึกถึงตอนที่อยู่ในสนามแข่งขึ้นมา....น่ะ”

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ้างไปร้อยแปด แต่เพราะเพื่อนทั้งสองเองก็ยังจำได้ว่าหลังจากที่ประกบอาคาชิในศึกชี้ชะตาของเซย์ริน-ราคุซัน ฟุริฮาตะมีสภาพเป็นยังไง ไม่แค่ฟุริฮาตะเท่านั้นแม้แต่คาวาฮาระกับฟุคุดะเองก็ด้วย คางามิกับคุโรโกะจึงเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น...แค่ส่วนนึง ในเมื่อยังไม่มีอะไรแน่ชัดว่าจเป็นจริงตามที่คิเสะว่า พวกเขาก็จะเชื่อที่ฟุริฮาตะบอก

“หน้าเครียดอะไรกัน?” อาโอมิเนะชะโงกหน้ามาหาคางามิจากทางด้านหลังตอนที่ไม่รู้ตัว

“อาโอมิเนะคุงอย่านั่งที่ของคนอื่นเขาสิครับ” คุโรโกะเตือน แม้ตอนนี้ที่นั่งด้านหลังของกลุ่มเซย์รินจะไม่มีคนนั่ง แต่สถานีต่อไปอาจจะมีคนขึ้นมาก็ได้

“ถ้ามีคนมาฉันก็ลุกให้เองล่ะน่า” อาโอมิเนะไม่ใส่ใจ เขากระดิกนิ้วเรียกคางามิให้มานั่งที่นั่งด้านหลังด้วยกัน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาและเกรงใจเพื่อนร่วมกลุ่ม คางามิเลยต้องลุกไปนั่งข้างกันกับอาโอมิเนะ

“อะไรของนาย แค่นั่งแยกกันไม่ถึงตายหรอกน่า”

“ฉันอาจจะตายก็ได้” หนุ่มผิวแทนกวนกลับ “ฮิมูโระไปกับมุราซากิบาระแล้ว คืนนี้ห้องนายว่างใช่ไหมล่ะ?”

“ถ้าจะค้างเพื่อทำอะไรลามกล่ะก็อย่าหวัง” คางามิตอบทันที

“นี่หน้าฉันมีคำว่าลามกแปะไว้หรือไง?”

“ส่องกระจกมองหน้าตัวเองบ้างนะ....” เสือหนุ่มถอนใจ “นายทำตัวดีพอจะให้ไปค้างด้วยหรือเปล่าล่ะ?” คางามิเท้าคางของหน้าอาโอมิเนะ

“ที่ผ่านมานี่ฉันยังทำตัวไม่ดีอีกเรอะ?” อาโอมิเนะเถียวกลับแต่คางามิหรี่ตามองเขาแบบคาดคั้น “ไม่ทำ...อะไรที่นายไม่ชอบ โอเคไหม?”

“แน่ใจ?”

“แน่สิ”

คางามิจ้องตาอาโอมิเนะอยู่พักนึงก่อนจะตกลง “ก็ได้ คืนนี้นายไปค้างได้แต่ต้องช่วยฉันเก็บของด้วยล่ะ” 

“ครับๆ” อาโอมิเนะรับด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อย จากวันที่โดนฮิมูโระจับได้ว่าพวกเขาแอบทำอะไรลับๆกันสองคนทั้งที่สัญญาไว้แล้ว คางามิก็ชักจะระวังตัวมากขึ้น แค่จะขอไปนอนค้างยังต้องเช็คกันก่อนขนาดนี้ อีกหน่อยไม่เอาเขาเข้าเครื่องจับเท็จเลยหรือไง? แต่ก็ยังใจอ่อนยอมให้ไปค้างอยู่ดี อาโอมิเนะที่เมื่อครู่อารมณ์บูดกลับเปลี่ยนมาเป็นอารมณ์ดี เขาพูดไปว่าจะไม่ทำเรื่องที่คางามิไม่ชอบ อาโอมิเนะก็จะทำอย่างที่พูดจริงๆ ยกเว้นถ้าคางามิเกิดชอบขึ้นมาล่ะ?

นั่นก็อีกเรื่องนึงล่ะนะ

 

 

***********************************

 

“บายๆ เจอกันเปิดเทอมนะ” คิเสะโบกมือให้พวกคุโรโกะเมื่อเขากับคาซามัตสึต้องแยกกลับอีกสถานีเพื่อไปยังบ้านของคาซามัตสึก่อน นายแบบหนุ่มขอกระเป๋าหิ้วจากรุ่นพี่แต่ก็ถูกปฎิเสธ

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องดูแลขนาดนั้น” คาซามัตสึเตือนคิเสะถึงเรื่องที่พวกเขาเคยพูดกันไว้ที่เรียวกัง “นายก็ทำตัวปกติของนายไปเหอะน่า”

“แต่ปกติของผมน่ะ คืออยากดูแลแฟนนะครับ” แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ชาย คิเสะก็อยากให้ความสำคัญในฐานะแฟนอยู่ดี “นิดๆหน่อยๆเอง ไม่ได้เหรอ?” หนุ่มผมทองเอียงคอมองคาซามัตสึ

พอเจอลูกหมาอ้อนเข้าหน่อยคาซามัตสึก็ชักสีหน้าบึ้งตึงไม่ออก เขายอมส่งกระเป๋าให้คิเสะถือตามที่อีกฝ่ายขอ “พอใกล้ถึงบ้านแล้วฉันขอถือเองนะ”

“คร้าบบบ” คิเสะยิ้มระลื่น แม้เขาจะเดินไปกับคาซามัตสึไม่ต่างจากตอนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียนเดียวกัน แต่บรรยากาศก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

“นายจะค้างด้วยหรือเปล่า?”

“ถ้ายูคิโอะอยากให้ค้าง ผมก็จะอยู่ด้วยทั้งคืนเลย” คิเสะตอบพลางโน้มตัวไปกระซิบข้างหู คนถามถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที

“เจ้าบ้านี่อย่ามาพูดรดหูกันนะ” คาซามัตสึตีไหล่คิเสะทีนึงเป็นการแก้เขิน “ไม่ใช่ค้างแบบนั้น แต่หมายถึง.....นายอยากอยู่....กับฉัน.....