[Kuroko-Fanfic] Blue Flame 15 /AoKaga/

posted on 06 Oct 2014 10:54 by taminkn in Fanfic
ตอนแรกคิดว่าตอนที่ 15 จะเป็นตอนจบค่ะ
แต่เอาเข้าจริงหน้าจะทะลุ 20 หน้าแล้ว
เลยต้องตัดแบ่งออกเป็นสอง ทำให้มีเพิ่มมาอีกตอน TwT

ปล. มีการเปลี่ยนแปลงการเรียนชื่อคนอื่นของอาคาชิเล็กน้อยค่ะ เพราะในฟิคเรา อาคาชิคนเก่ากับคนใหม่ ฟิวชั่นกลายเป็นคนคนเดียวไปแล้ว

*******************************

Blue Flame 15

 

“คุณทำเกินไปแล้วนะอเล็กซ์”

ก่อนหน้าที่คางามิและอาโอมิเนะจะเริ่ม 1-1 กันที่สนาม ฮิมูโระก็รีบมาหาอเล็กซ์ทันทีที่เขาวางสาย แม้ครูสาวจะบ่นว่าฮิมูโระทำให้เธอไม่ได้ทานราเมงอย่างเป็นสุข แต่ก็ยังยอมคุยกับฮิมูโระโดยดี

“เทียบกับเธอแล้วหรือเปล่าน่ะ?” อเล็กซ์วางชามราเมงที่ไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปลง “ถึงไทกะไม่บอกว่าเธอทำอะไร แต่ฉันเดานะว่าทัตสึยะต้องบอกให้สองคนนั้นเลิกกันแน่ๆ”

“....อย่างน้อยผมก็ไม่ได้ขู่แล้วกัน” ฮิมูโระกล้าที่จะโต้เถียงอเล็กซ์มากกว่าคางามิ ถึงจะเป็นครูที่ช่วยดูแลเขาและน้องชายคนละสายเลือดมาก็ตาม

“ไม่ได้ขู่กันสักหน่อย ว่ากันแบบนี้ได้ยังไง” อเล็กซ์ทำหน้ายุ่งใส่ฮิมูโระ  “แค่พูดตามความเป็นจริงเท่านั้นเอง”

“แบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับขู่กันอยู่ดี” ฮิมูโระอาจไม่เห็นด้วยที่คางามิจะคบหากับผู้ชายทั้งที่ไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน เขายังคิดว่าคางามิมีทางเลือกอื่นอยู่ แต่ในเมื่อน้องชายเขายังยืนยันว่าจะชอบอาโอมิเนะ ฮิมูโระก็ทำได้แค่คอยดูไม่ให้อาโอมิเนะเอาเปรียบคางามิเท่านั้น “คุณควรปล่อยไปตามที่ควรจะเป็นมากกว่า”

“ฉันก็ปล่อยนะ ไม่ได้ห้ามอะไร” ตอนที่คุยกับอาโอมิเนะอเล็กซ์ไม่ได้พูดเลยสักคำเลยว่าไม่ให้ทั้งสองคบหากัน “เรื่องที่พูดไปมันก็เป็นเรื่องที่พวกเขาจะต้องเผชิญในสักวันหนึ่งอยู่แล้ว”

“คุณทำให้มันมาถึงเร็วขึ้นน่ะสิ” ฮิมูโระพูดอย่างเหนื่อยใจ “เกิดสองคนนั้นเลิกกันขึ้นมาจะทำไง”

“ก็แปลว่าความรู้สึกของพวกเขามันมีอยู่แค่นี้ ทุกอย่างจบ” อเล็กซ์ตบฝ่ามือเข้าหากัน “ความหนักแน่นทางจิตใจมีผลต่อความรักมากนะ”

“ทั้งที่ไม่ยอมรับเขา แต่ทำเหมือนลองใจกันนี่....ใจร้ายไปนะครับ”

“ฉันยอมรับนะว่าใจร้าย” ตั้งแต่ที่ได้สอนเด็กสองคนนี้มา อเล็กซ์ก็หวังจะได้เห็นทั้งสองคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไม่ต่างจากพ่อแม่แท้ ๆ “พวกเธอทั้งสองคนเป็นลูกศิษย์ที่ฉันรักและอยากให้มีความสุข แม้ว่าจะต้องใจร้ายใจดำยังไง ฉันก็อยากจะสอนให้พวกเธอรู้ในสิ่งที่ต้องรู้”

“........” ฮิมูโระไม่อยากจะเถียงกับอเล็กซ์ต่อ ถ้าเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อลูกศิษย์อเล็กซ์จะจริงจังเด็ดขาดเสมอ ถึงครั้งนี้อเล็กซ์จะก้าวก่ายกันมากเกินไปแต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นไปแล้ว “ก็หวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นนะ”

 

 

**********************************

 

ในหัวของคางามิมีแต่ความว่างเปล่า ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยแต่เป็นเพราะคำพูดของอาโอมิเนะ ดวงตาสีน้ำเงินยังมองสบมานิ่งๆเหมือนรอให้คางามิเข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน คางามิอยากบอกอาโอมิเนะว่า เลิกล้อเล่นได้แล้ว แต่ บรรยากาศในตอนนี้ของอาโอมิเนะผิดไปจากทุกครั้ง มันทำให้คางามิพูดไม่ออก

“เราเป็นแค่คู่แข่งกันก็ดีแล้ว” น้ำเสียงของอาโอมิเนะยังคงเดิม ไม่เศร้าหรือเบื่อหน่าย ไม่แสดงออกถึงอะไรทั้งสิ้น “แบบนั้นล่ะดีที่สุด” โดยไม่รอให้คางามิทำความเข้าใจคำพูดของเขาอีกเป็นครั้งที่สอง อาโอมิเนะก็ผละออกไป

ถึงจะยังไม่เข้าใจการกระทำทั้งหมดของอาโอมิเนะ แต่คางามิก็คว้ามืออีกฝ่ายไว้ด้วยสัญชาตญาณ ทำไม? คางามิถามทั้งที่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากปาก ครั้งนี้อาโอมิเนะไม่ยอมสบตากับคางามิตรงๆ ไม่งั้นเขาคงจะดึงคางามิมากอดแล้วบอกว่าที่พูดไปทั้งหมดนั้นมันบ้าและงี่เง่าที่สุด แต่อาโอมิเนะทำในสิ่งตรงข้ามกับใจ

“พวกเราไม่เคยเป็นแฟนกัน นายไม่ได้ถูกบอกเลิกหรอกแค่....กลับไปเป็นเหมือนเดิมเท่านั้น” อาโอมิเนะดึงมือกลับ “ถ้าแม้แต่คู่แข่งยังเป็นไม่ได้ มันจะแย่กว่านี้นะ”

อาโอมิเนะไม่ต้องใช้แรงหรือความพยายามมากมายที่จะไปจากคางามิ แค่คำพูดก็ทำให้อีกฝ่ายไม่มีแรงจะรั้งอาโอมิเนะไว้ได้อีก หนุ่มผิวแทนเดินจากออกมาโดยไม่ยอมหันกลับไปมอง จูบบางเบาครั้งสุดท้ายนั้นทำให้อากาศหนาวเย็นอุ่นขึ้นทันตา ไม่มีอะไรที่เย็นชืดได้เท่ากับการจูบลาในวันนี้อีกแล้ว

คางามิยืนอยู่ที่เดิม ลูกบาสที่เขาใช้ก็ยังอยู่จุดเดิม มีแค่อาโอมิเนะที่เดินจากออกไป

เพื่อกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อน

 

“ฮะฮะ....” เสียงหัวเราะของคางามิแหบแห้งกว่าที่เจ้าตัวจะรู้สึก “ไม่ได้ถูกบอกเลิกเหรอ?” เด็กหนุ่มนั่งลงกับพื้น รู้สึกหมดแรงอย่างบอกไม่ถูก “บ้าหรือเปล่า ไอ้ที่ทำทั้งหมดนั่นเขาเรียกว่าบอกเลิกเว้ย ไอ้งั่งมิเนะ” ไม่ว่าเมื่อไหร่คางามิก็ยังว่าอาโอมิเนะเป็นไอ้งั่งได้ตลอด แม้แต่เวลาแบบนี้ คางามิคิดว่าสมควรแล้วที่อีกฝ่ายจะถูกเรียกว่าไอ้งั่ง “ดันมาบอกเลิกกันที่นี่เนี่ยนะ นายนี่มัน....” คางามิทุบมือลงบนพื้นสนามคอนกรีต

ถูกจูบที่นี่ ถูกสารภาพรักที่นี่

แล้วยังมาถูกบอกเลิกที่สนามนี้อีก

“....เป็นไอ้งั่งมิเนะจริงๆ”

 

 

***********************************

 

“ไดจัง นี่นายหายไปไหนมาแต่เช้ายะ” โมโมอิยืนเท้าเอวรออาโอมิเนะอยู่หน้าบ้าน “แล้วที่บอกว่าจะไปเป็นเพื่อนช๊อปปิ้งกับฉันล่ะ? อย่ามาเบี้ยวนัดกันนะ” เพราะอาโอมิเนะหนีเธอไปเที่ยวกุนมะโดยไม่ยอมชวนกัน เมื่อวานพอเจ้าตัวกลับมาถึงบ้านแม้จะดึกดื่นแค่ไหน แต่โมโมอิก็รบเร้าให้อาโอมิเนะสัญญาว่าจะไปเป็นเพื่อนซื้อของด้วย(เป็นคนถือของ) แต่พอถึงตอนเช้านายเพื่อนสมัยเด็กของเธอกลับบอกปัดว่ามีนัด แล้วก็ออกจากบ้านไปซะเฉยๆ

                ที่ยอมเพราะเห็นว่ากำลังหวานกับคางามินหรอกนะ

 

                โมโมอิคิดโดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วอาโอมิเนะไม่ได้ออกไปหาคางามิ หญิงสาวกำลังจะถามอีกว่าอาโอมิเนะได้แอบไปทำลายสัญญาต่อฮิมูโระมาหรือเปล่า แต่ฝ่ายคนเบี้ยวนัดเธอกลับตอบรับสั้นๆแล้วเดินเข้าบ้านไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ

                “อะไรกัน....” โมโมอิมองอาโอมิเนะที่หายเข้าบ้านไปทั้งที่ยังไม่ได้เถียงกลับสักคำ “หรือว่าทะเลาะกันเพราะคุณฮิมูโระแอบจับได้ว่าตานั่นลวมลามคางามิน” สาวผมชมพูพึมพำอยู่คนเดียว แต่เพราะความที่รู้จักกันมานานเมื่อทบทวนท่าทีของอาโอมิเนะอีกครั้ง โมโมอิก็รู้สึกไม่ดี “หรือมีเรื่องอะไร?”

               

                อาโอมิเนะล้มตัวนอนลงกับเตียง เขาทำไปแล้ว.....บอกเลิกกับคางามิไปเรียบร้อยแล้ว ถึงบอกไปว่ามันไม่ใช่การบอกเลิกเพราะพวกเขาไม่เคยเป็นแฟนกัน แต่มันต่างกันตรงไหน! หมอนหนุนถูกปาลงกับพื้นห้องนอน อาโอมิเนะโยนแม้แต่สมุดรวมภาพแสนรักของเขาลงกับพื้นด้วยความเดือดดาล ข้าวของที่กระจัดกระจายทำให้อารมณ์เย็นลงได้บ้าง ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงกับเตียงเขาลูบหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกอ่อนล้า อาโอมิเนะนอนลงกับเตียงอีกครั้งและหลับตา ภาพใบหน้าของคางามิตอนที่เขาจูบเป็นครั้งสุดท้ายยังติดตา

ถ้าไม่จูบเลยอาจจะดีกว่า

เพราะภาพนั้นคงทำให้เขานอนไม่หลับไปอีกหลายวัน

 

************************************

 

ฮิมูโระและอเล็กซ์รอคางามิอยู่ที่ห้องพักของคางามิเอง หนุ่มผมแดงทักทายฮิมูโระนิดหน่อย ไม่ใช่เพราะพวกเขาเจอกันอีกครั้งหลังจากเพิ่งไปเที่ยวด้วยกันมา แต่คางามิเหมือนจะลืมไปแล้วว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง ขนาดนั่งอยู่ที่สนามสตรีทบาสนานแค่ไหนแล้วกลับมาที่ห้องยังไง คางามิก็ขี้เกียจจะนึกถึง ทั้งที่มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของตัวเองแท้ๆ

หลังจากที่หายออกจากห้องพักไปนานเกือบทั้งวัน คางามิที่กลับมาพร้อมอาการซึมทำให้ฮิมูโระรู้ว่าเรื่องที่เขากังวลนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่รู้จะโกรธใครดีระหว่างอาโอมิเนะกับอเล็กซ์

“ไทกะ....” ฮิมูโระเข้าไปหาน้องชาย  

“ไทกะ วันนี้ฉันไปคุยกับอาโอมิเนะคุงมานะ” อเล็กซ์พูดขึ้นก่อนที่ฮิมูโระจะคิดออกว่าเขาจะพูดอะไรดี คางามิมองอเล็กซ์นิ่งๆ หนุ่มผมแดงกระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะเข้าใจที่อเล็กซ์พูด และเข้าใจแล้วด้วยว่าทำไมอาโอมิเนะถึง.....พูดแบบนั้น ฮิมูโระมองคางามิด้วยความรู้สึกผิด

“ทำไมล่ะ อเล็กซ์บอกเข้าใจไม่ใช่เหรอ?” คางามิไม่คิดว่าเมื่อวานที่ครูสาวพูดกับเขาจะเป็นเรื่องโกหก

“ฉันเข้าใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นดีด้วย” อเล็กซ์นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ต่อให้รู้สึกผิดเธอก็ยังวางท่าสงบนิ่งต่อไปได้ “ฉันพูดกับอาโอมิเนะไปว่าถ้าไทกะเลือกเขาโดยไม่สนว่าใครจะคิดยังไง สักวันเธอจะต้องเหลือตัวคนเดียว” อเล็กซ์ชี้ไปที่คางามิแล้วพูดต่อ “กลับกันฉันก็อยากจะถามเธอเหมือนกันนะไทกะ” ครูสาวเว้นช่วงเล็กน้อย “ว่าเธอจะยอมดึงอาโอมิเนะคุงไว้กับเธอหรือเปล่า?” เธอมองสีหน้าที่เริ่มแสดงถึงความสับสนของคางามิ “สักวันนึงครอบครัวของอาโอมิเนะคุงก็ต้องรู้ แล้วไทกะคิดว่าพวกเขาจะยอมรับเรื่องนี้ไหม? ถ้าอาโอมิเนะคุงเลือกเธอนะไทกะ เขาก็ต้องตัดขาดจากครอบครัวเหมือนกัน”

“.............” เหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างจุกอยู่ในคอ ใช่ว่าเรื่องนี้คางามิจะไม่เคยคิดแต่เพราะเคยได้รับการยอมรับจากฮิมูโระ คางามิเลยคิดเข้าข้างตัวเองไปว่าทุกอย่างมันคงจะเป็นไปได้ด้วยดี เมื่ออเล็กซ์พูดชัดเจนแล้วว่าไม่ได้เห็นดีด้วย การคิดเข้าข้างตัวเองของคางามิก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

“ฉันว่าฉันรู้คำตอบของเธอแล้วนะ” อเล็กซ์ลุกขึ้นมาหาคางามิ เธอสวมกอดลูกศิษย์คนสำคัญที่ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ยังเป็นลูกศิษย์ตัวน้อยของเธอเสมอ “จะโกรธฉันก็ได้นะไทกะ แต่จำไว้ว่าทุกอย่างก็เพื่อเธอ”

คางามิไม่ได้พูดอะไรตอบอเล็กซ์ เขาไม่พูดอะไรเลยจนกระทั่งอเล็กซ์กับฮิมูโระออกไปจากห้องแล้ว เมื่ออยู่ตามลำพังคางามิไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวายอะไร ชายหนุ่มแค่เดินไปนั่งที่โซฟาแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างหมดแรง

เวลาหมดลงซะแล้วเหรอ?

 

 

“บอกหน่อยได้ไหมว่าคุณเสียใจน่ะ?” ฮิมูโระถามอเล็กซ์หลังจากที่พวกเขาออกมาจากอพาร์ทเมนท์ของคางามิแล้ว

“เสียใจสิ ฉันทำไทกะใจสลายนะ” อเล็กซ์พูดพลางเดินนำฮิมูโระไปสถานีรถไฟ วันนี้เธอจะไปพักที่โรงแรมเพราะรู้ดีว่าคางามิคงต้องการเวลาส่วนตัวมากๆ

“ถ้างั้นคุณก็ไม่ควรทำแบบนี้ตั้งแต่แรก แค่คอยดูให้สองคนนั้นไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางก็พอแล้ว”

“แค่นั้นมันไม่พอนะทัตสึยะ” ครูสาวหันกลับมามองฮิมูโระ “ฉันพูดความจริงให้พวกเขารู้ ถ้ารับเรื่องนี้ไม่ได้แล้วเลิกกันไป แปลว่าพวกเขาไม่ได้พร้อมกับสิ่งที่จะต้องเจอในสักวันหนึ่งข้างหน้า” อเล็กซ์เหน็บผมที่ปลิวเพราะลมหนาวกับข้างหู  “ถึงจะไม่ยอมรับแต่ใช่ว่าฉันจะประสงค์ร้ายต่อสองคนนั้นหรอกนะ”

ฮิมูโระได้แต่เงียบ อะไรผิดพลาดมากกว่ากันระหว่างการปล่อยให้คางามิกับอาโอมิเนะคบกันต่อไปหรืออเล็กซ์ที่สอดมือเข้าไปยุ่งกับคนทั้งคู่ สิ่งที่ฮิมูโระห่วงมากที่สุดคือน้องชายต่างสายเลือดของเขา ต่อจากนี้ไปคางามิจะทำยังไงต่อไป

 

เรื่องในวันนี้เกิดขึ้นก่อนวันเปิดเทอมเพียงไม่กี่วัน ช่วงเวลาที่เหลือก่อนวันเปิดจึงผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน คางามิไม่ได้ส่งข้อความหาอาโอมิเนะและไม่ได้ออกไปที่สนามสตรีทบาสอย่างที่เคย อาโอมิเนะเองก็เช่นกัน เขาไม่แม้แต่จะเข้าไปคุยกับกลุ่มเพื่อนเก่าในห้องแชทรวม  ไม่ว่าโมโมอิจะถามว่าเขาเป็นอะไร อาโอมิเนะก็ตอบเลี่ยงไปเรื่อย ถึงไม่มีเวลามากนักสำหรับทำใจ แต่ทั้งอาโอมิเนะและคางามิต่างก็ยังต้องดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป

โดยที่ยังไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถมองอีกฝ่ายเป็นคู่แข่งได้เหมือนเดิมหรือไม่

 

***********************************

 

“เฮ้อ หยุดไปสองอาทิตย์นี่ไม่รู้สึกว่าได้หยุดเลยน้า?” โมโมอิเดินไปบ่นไประหว่างทางที่เดินไปโรงเรียนกับอาโอมิเนะ “พอปิดเทอมอีกครั้ง พวกเราก็จะขึ้นเป็นนักเรียนปีสองแล้วสินะ” จริงๆแล้วเธอเหมือนพูดอยู่คนเดียวมากกว่า “นายจะไม่พูดอะไรสักหน่อยเลยเหรอยะ!” เพราะอาโอมิเนะเงียบมาตั้งแต่ที่เธอไปแงะมาจากที่นอนแล้ว วันนี้เพื่อนชายของเธอไม่แสดงอาการอะไรตอนที่ถูกปลุกด้วยการเอาหมอนตบให้ตื่น

โมโมอิรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่อาโอมิเนะหายออกไปทำธุระมาแต่เช้า แต่เธอไม่ถามเพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องเดิมๆ ไม่ทะเลาะกับคางามิก็คงโนคุณฮิมูโระขัดคอจนเซ็ง ตอนนี้เธอรู้แล้วว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น

“ไดจัง มีเรื่องอะไรกับคางามินหรือเปล่า?” เมื่อโมโมอิถามไปแบบนั้นอาโอมิเนะก็หยุดเดิน สาวผมชมพูรอฟังเสียงโวยวายจากเพื่อนชายว่าเธอยุ่งไม่เข้าเรื่องอีกแล้ว แต่อาโอมิเนะแค่หันมามองแล้วก็กลับไปเดิ