[Kuroko - Fanfic] Cologne //AkaFuri//

posted on 21 Feb 2015 12:36 by taminkn in Fanfic directory Fiction, Cartoon
ฟิคสั้นถึงสั้นมากค่ะ พิมพ์ทิ้งไว้นานแล้วแต่เพิ่งมาต่อให้จบ ^^"
ช่วงนี้ไปตกหลุ่มป่วยดาบอยู่ เกือบจะลืมโปรเจคต่างๆที่ดองๆไว้เลย
(และอาจจะงอกนั่นนี่มาให้หายอาการลงแดง)
พยายามจะทำให้เสร็จให้มากที่สุดอยู่ค่ะ ทั้งโดจิน ทั้งฟิคชั่น

ปล. เนื่องจากเราไม่แน่ใจว่า โคโลญ สะกดแบบไหนเป็นคำที่ถูกต้องที่สุด
เลยใช้แค่ โคโลน ไปก่อน
 
 
**********************************
 

Cologne โคโลญ

               

“ฟุริฮาตะคุงเปลี่ยนกลิ่นโคโลญใหม่เหรอครับ?”

“เอ๊ย!” ฟุริฮาตะร้องตกใจเมื่อหันกลับมาตามเสียงทักแล้วพบว่าเพื่อนผมฟ้าหน้าตายยืนอยู่ใกล้จนหน้าแทบจะชนกัน “คุโรโกะนายนี่อย่าทำให้ตกใจทุกครั้งได้ไหม?”

“ไม่ได้ตั้งใจน่ะครับ” คุโรโกะยิ้มๆ

ฉันว่านายสนุกกับการแกล้งคนอื่นๆนะ! ฟุริฮาตะคิดในใจก่อนตอบคำถามของเพื่อนร่วมทีม “อยากลองเปลี่ยนกลิ่นบ้างน่ะ ใช้แบบเดิมก็จำเจไป”

“ใส่ใจกับเรื่องแต่งตัวเหมือนกันนะครับ” คุโรโกะว่าพลางหันไปอีกทาง “ไม่เหมือนคางามิคุงที่ใช้แต่กลิ่นเดิมๆ”

“ก็มันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนี่หว่า!” คนถูกพาดผิงที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่มากปิดตู้ล็อกเกอร์ของตนเองแล้วหันมาทำหน้าดุใส่คุโรโกะ “นายเองก็ใช้กลิ่นอย่างกะผู้ใหญ่วัยทำงาน”

“เขาเรียกกลิ่นของผู้ใหญ่ครับ เด็กอย่างคางามิคุงไม่เข้าใจหรอก” คุโรโกะตอบหน้านิ่งแต่วาจาช่างแซะซะไม่มี คางามิได้แต่กัดฟันกรอดๆ เพราะต่อปากต่อคำยังไงก็คงไม่ชนะคุโรโกะ

ฟุริฮาตะมองเพื่อนทั้งสองที่ไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง ขนาดตอนนี้พวกเขาขึ้นเป็นปีสองและได้เป็นรุ่นพี่แล้ว แต่เจ้าบ้างามิกับนายจืดของทีมเซย์รินก็ยังเหมือนเดิม รวมถึงชิวาว่าอย่างเขาก็ด้วย(ถึงไม่อยากเป็นก็เถอะ)

“แต่....” คางามิเข้ายืนใกล้ๆฟุริฮาตะ “รู้สึกว่ากลิ่นโคโลญใหม่ของนายมันคุ้นๆนะ”

“เอ่ะ...”

“คางามิคุงไปจำกลิ่นใครมากันครับ ของอาโอมิเนะคุง?” คุโรโกะเลิกคิ้วมองเพื่อนตัวสูง

“ทำไมต้องเป็นกลิ่นเจ้างั่งมิเนะด้วย!” คางามิทำหน้าบึ้ง “ฉันก็แค่รู้สึกว่ามันคุ้นๆ” ที่แน่ๆคางามิมั่นใจว่าไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมจากคนที่เบียดกันบนรถไฟหรือคนในชมรมด้วย “กลิ่นเย็นๆแต่ไม่ฉุน....”

“อืมม...” คุโรโกะลองเดินเข้าไปใกล้เพื่อนเบอร์ 12 แล้วดมกลิ่นดูบ้าง “ออกจะนุ่มสบายจมูกซะด้วยซ้ำ”

“ที่ร้านแนะนำมา ฉันก็เลยลองซื้อมาใช้ดู....มะ...ไม่เหมาะขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฟุริฮาตะถามเพื่อนทั้งสองด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ

“หอมน่ะหอมอยู่ แต่ฉันว่ากลิ่นผลไม้ที่นายใช้ประจำเหมาะกว่าอีก”

“คางามิคุงครับ” คุโรโกะเอามืดปิดปาก “เหมือนสโตกเกอร์เลย....คงไม่ได้แอบชอบฟุริฮาตะคุงจนเก็บขวดโคโลญที่ทิ้งแล้วของฟุริฮาตะไว้กับตัวหรือไปซื้อกลิ่นเดียวกันมาฉีดหรอกนะครับ”เด็กหนุ่มแสร้งทำขมวดคิ้ว

“ใครจะไปทำอย่างนั้นฟะ! ฉันไม่ใช่พวกโรคจิตนะเว้ย!” คางามิเถียงกลับ และเพราะเขามัวแต่เถียงกับคุโรโกะเลยไม่ทันสังเกตว่าหน้าฟุริฮาตะถอดสีไปแล้ว เด็กหนุ่มรีบบอกลาเพื่อนทั้งสองแล้วเดินหนีออกมาจากห้องชมรมก่อนจะถูกถามเรื่องกลิ่นโคโลญอีก

“ถึงกับเป็นโรคจิตเลยเหรอนั่น” ฟุริฮาตะพูดเสียงอ่อน เขาเดินอย่างหมดแรงขณะกลับบ้านเพียงลำพัง วันนี้ฟุคุดะกับคาวาฮาระไม่ได้เป็นเวรปิดห้องชมรมเหมือนเขากับพวกคุโรโกะ ฟุริฮาตะที่ไม่ยอมรอเพื่อนร่วมเวรปิดห้องชมรมก็เลยต้องกลับบ้านเองคนเดียว แต่ก็ดีเหมือนกัน เขาเองก็ไม่ได้อยากให้คนมาทักเรื่องกลิ่นโคโลญเพิ่มหรอก “ชักไม่กล้าใช้ต่อแล้วสิ” ฟุริฮาตะดึงขวดสเปรย์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่เมื่อวันก่อน

เด็กหนุ่มเปิดฝาขวดออกและดมกลิ่นหอมสดชื่นนุ่มนวลของมัน เมื่อนึกถึงเจ้าของกลิ่นโคโลญที่ทำให้ฟุริฮาตะต้องดั้นด้นไปหามาใช้ให้ได้ ใบหน้าของเขาก็ถึงกับแดงวาบ ทั้งโรคจิตทั้งน่าอาย!! ฟุริฮาตะรีบปิดฝาขวดแล้วยัดมันลงกระเป๋าเป้ตามเดิม ถึงอย่างนั้นกลิ่นหอมของโคโลญก็ยังติดจมูกและติดอยู่ตามตัวเขาไปหมด

อย่ากับว่าอยู่ใกล้กัน เพียงแค่หันมองกลับไปก็จะเจอเขาอยู่ตรงนั้น

แล้วอาคาชิจะมายืนอยู่หลังเขาทำไมเล่า นายคนนั้นอยู่ไกลถึงเกียวโตเชียวนะ!

แต่ถึงอาคาชิจะกลับมาโตเกียว ก็ใช่ว่าจะมาเจอเขาซะหน่อย....

“...โรคจิตจริงๆนะเราน่ะ” ฟุริฮาตะพึมพำเบาๆ ขณะทีสูดกลิ่นหอมจากชุดนักเรียนของตนเอง “มีใครเป็นอย่างเราบ้างไหมเนี่ย”

ที่อาการหนักซะขนาดนี้

*****************************

“เซย์จัง เปลี่ยนกลิ่นโคโลญใหม่เหรอ?” เรโอะ ผู้เล่นเบอร์ 6 ทีมราคุซันหยิบขวดน้ำหอมดับกลิ่นกายชองกัปตันทีมขึ้นมาดู “กลิ่นผลไม้... ฉันนึกว่าเซย์จังจะชอบกลิ่นอะไรที่นุ่มๆเย็นๆแบบเดิมซะอีก”

“อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างน่ะครับ” อาคาชิรูดเน็คไทให้เข้าที่ “กลิ่นผลไม้ก็สดชื่นดี” เมื่อเขาสวมเสื้อตัวนอกและติดกระดุมเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาหาเพื่อนร่วมทีม “ผมชอบนะ” อาคาชิยื่นมือออกไปเป็นการขอของของเขาคืน

เรโอะเลิกคิ้วมองดวงตาสีแดง “คงไม่ใช่เปลี่ยนเพราะเป็นกลิ่นเดียวกับคนที่ชอบหรอก ใช่ไหม?” แม้เหตุผลที่เขาว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ต่อให้เป็นอาคาชิคนเดิมก็เถอะนะ...

อาคาชิแค่ยิ้มแล้วทำมือเป็นเชิงว่าเขาของขวดโคโลญคืน เรโอะยอมส่งให้แต่โดยตีเพราะเดาไว้ว่าถ้าอาคาชิไม่คิดจะบอกเอง ให้ทำอะไร 108 วิธีก็คงไม่ยอมบอกแน่นอน อาคาชิรับขวดมาใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ทีมของตนเอง “ผมชอบน่ะ”

“....หมายถึงกลิ่นผลไม้...หรือว่า...” ดวงตาของเรโอะเป็นประกายขึ้นมาทันที หรือเซย์จังจะยอมบอกเขาแล้ว!

“นั่นสินะครับ แบบไหนดีล่ะ” รอยยิ้มที่เห็นได้ยากจากอาคาชิอีกคนที่เรโอะเคยรู้จักและกลิ่นผลไม้หอมหวาน ชวนให้บรรยากาศรอบตัวอาคาชิดูสดชื่นสดใสมากกว่าทุกที หนุ่มผมแดงสะพายกระเป๋าเป้แล้วเดินออกไปจากห้องชมรมโดยไม่ยอมบอกอะไรมากไปกว่านี้ “ฝากปิดห้องชมรมด้วยนะครับ”

“อะไรกัน เซย์จังจะไม่คิดบอกฉันหน่อยเลยหรือไง!” เรโอะพูดอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “เชอะ ไม่ได้จะเอาไปบอกใครสักหน่อย” เอาเถอะ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่ากัปตันทีมของเขาไปปิ๊งใครสักคนเข้าให้แล้ว เจ้าของกลิ่นที่เซย์จังชอบนี่ใครกันนะ?

 “แต่....มันเป็นโคโลญของผู้ชายไม่ใช่เหรอ?”

 

END

Comment

Comment:

Tweet

โอยยยย อ่านแล้วฟินมากจ้า โดยเฉพาะโคโลญที่อาคาชิเพิ่งเปลี่ยนนี่แหละ เขินชะมัด!!
อ่านแล้วดีดดิ้น ฮ่าๆๆๆๆ

#4 By takari555 on 2015-02-28 23:24

ราชบัณฑิตฯ ให้สะกดว่า โคโลญ เพราะฉะนั้นเขียนถูกแล้วค่ะ ^^

#3 By tweaty (124.122.104.145|124.122.104.145) on 2015-02-22 22:48

เขินนนนนนน
อยากจะสัมผัสโคโลญแบบเดียวกับท่านน ฮืออออ

#2 By Betagen Tahi on 2015-02-21 14:45

เขินนนนนนน
อยากจะสัมผัสโคโลญแบบเดียวกับท่านน ฮืออออ

#1 By Betagen Tahi on 2015-02-21 14:45