ดึกดื่ืนไม่หลับไม่นอนเพราะถ้าแต่งไม่เสร็จจะนอนไม่หลับค่ะ ^^
ตอนนี้ติดเกม Touken ranbu อยู่ค่ะ
พอมีคู่ทีชอบขึ้นมาแล้วก็คันไม้คันมืออยากจะเขียน
เลยจัดมาสักเรื่องสนองความติ่งของตนเองเสียหน่อย


ฟิคสั้นเรื่องนี้เป็นคู่ ปู่ x ทานุกิ ค่ะ
คู่นี้คนอาจจะถามว่ามีโมเม้นท์อะไรกัน ยอมรับว่าติดมาจากFan art
เคมีของสองตัวงละครถูกใจเราพอดี เลยชอบค่ะ
โดยส่วนตัวที่ชิพคู่นี้ด้วยเหตุผลว่า ปู่เป็นดาบที่สวยงาม ส่วนโดทานุกิเป็นดาบที่ไว้ใช้งาน ไม่เน้นรูปร่าง
พอสองคนนี้มาอยุ่ด้วยกันมีความแตกต่างที่ทำให้สะกิดต่อมฟีคเราขึ้นมาได้
/หนึ่งในสเปกเคะเราคือ แมน หัวดื้อ หัวแข็ง ค่ะ

แต่ความเชื่อมโยงของดาบอันนี้ยังไมไ่ด้หาแบบลึกๆว่าทำไมเหมือนกัน ใครรู้ก็บอกได้นะคะ




****************************

ต้องมนต์จันทร์ 

Mikazuki Munechika x Dotanuki Masakuni

 
 

“คนใหม่มาแล้ว มีคนใหม่มาแล้ว”

                เสียงเจี้ยวจ๊าวของเหล่าเด็กน้อยในเรือนญี่ปุ่นหลังใหญ่ทำให้โดทานุกิ มาซาคุนิ ต้องหยุดมือจากการรับดาบแล้วออกมาดูเจ้าหนูมีดสั้นตัวป่วนสามคนที่วิ่งไปรอบบ้านพักเพื่อเรียกทุกคนให้ออกมาดู(นำทีมวิ่งโดยไอเซน คุนิโทชิและอิมาโนะซึรุกิ)

                “อะไรกันเจ้าเด็กพวกนี้ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นดาบมาก่อน” อิซึมิโนะคามิ คาเนซาดะ บ่นอุบเมื่อเขาต้องตื่นมาจากการนอนกลางวันเพราะพวกเด็กๆส่งเสียงดัง “...เป็นใครก็มาบอกกันด้วยล่ะ” อิซึมิห้าวหนึ่งหวอดแล้วกลับไปนอนต่อในห้องพักของตนเอง

                “แปลว่าข้าต้องไปดูเหรอไง?” โดทานุกิพูดกับอีกฝ่ายแต่เมื่อเจ้าตัวกลับไปนอนแล้วมันก็เหมือนเขาพูดคนเดียวนั่นล่ะ “ช่างเถอะ” และเมื่อตั้งใจว่าจะกลับไปดูแลดาบของตนเองต่อ ไอเซนกับอิมาโนะก็วิ่งมาคว้าแขนโดทานุกิไว้เสียก่อน

                “ท่านเจ้าบ้านยังไม่ว่างล่ะ ไปรับคนใหม่ด้วยกันก่อนเถอะ” อิมาโนะพูดเสียงใสติดจะคะยั้นคะยอให้ชายหนุ่มตามไปด้วยกัน

                “พวกนายก็ไปเรียกมิตสึทาดะมาซะสิ” โดทานุกิบอกปัด ถึงเขาจะรำคาญอยู่นิดๆแต่ก็ไม่ตะเพิดเด็กทั้งสองออกไป

                “มิตสึทาดะทำกับข้าวอยู่ ท่านเจ้าบ้านสั่งไว้ว่าวันนี้จะพาคนใหม่เข้าบ้านเลยต้องทำมื้อเย็นเพิ่ม” ไอเซนแจงให้ฟัง “คนอื่นๆก็ติดงานทำสวนดูแลม้ากันหมดแล้ว”

                “พวกอัทสึก็ออกไปสำรวจ อีกนานกว่าจะกลับ” อิมาโนะทำปากจู๋ “อยู่เฉยๆน่าเบื่อจะตาย ไปนะไปเถอะน่า”

                ไอเซนเข้ามาดันหลังดาบหนุ่มรุ่นพี่ร่วมบ้านพักด้วยอีกคน “ไป ไป! ข้าอยากเห็นคนใหม่เร็วๆแล้ว!”

                “เจ้าเด็กพวกนี้นี่....เป็นนักรบอย่าตื่นตูมให้มากนักได้ไหม!”

                “คุณทานุกิ....” เสียงสั่นๆเรียกชายหนุ่มจากด้านหลัง โกโคไตที่มีเสือน้อยห้าตัวรายล้อมมองโดทานุกิอย่างกล้าๆกลัวๆ “ไปด้วยกัน...นะฮะ”

                “........ให้ตายสิ” เพราะนักรบไม่ควรทำให้เด็กร้องไห้หรอกนะ “ก็ได้ ข้าจะยอมไปด้วย”

 

 

                ในห้องตีดาบด้านหลังสุดของเรือนญี่ปุ่นนั้นร้อนอบอ้าวจากการเติมเชื้อลงในเตาไฟเพื่อตีดาบเล่มใหม่ เด็กๆสามคนหลบอยู่หลังผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในห้อง พวกเขาทั้งสี่มองดาบยาวเรียวเหมือนจันทร์เสี้ยวตรงหน้า

                “สวยจัง” โกโคไตพูดด้วยความตื่นเต้น

                “ใครน่ะ ใครน่ะ!” อิมาโนะเขย่าแขนโดทานุกิรัวๆ

                นักรบหนุ่มพินิจดาบเล่มใหม่ที่ภูตตีดาบทำท่าว่าภาคภูมิใจที่ตีดาบเล่มนี้สำเร็จเสียที “...หรือว่า”

                “มิคาสึกิ มุเนะจิกะ” น้ำเสียงสบายๆของใครบางคนแว่วขึ้นมาในหู ไอร้อนในห้องถูกลมปัดเป่าออกไปเหลือแค่ความอุ่นสบายและดอกซากุระที่โปรยปรายรายรอบ โดทานุกิกระพริบตาถี่ๆเมื่อลมและกลีบดอกซากุระยังหมุนวนอยู่ตรงหน้า แต่ไม่นานลมดอกไม้นั้นก็ถูกแทนทีด้วยเงาร่างสูงโปร่งของคนที่ทำให้เขาถึงกับตะลึงงัน

                สวย.....

                คำที่คิดออกเป็นคำแรกเมื่อได้เห็นนใบหน้าแย้มยิ้มนั้น

                “ข้าชื่อมิคาสึกิ มุเนะจิกะ เป็นดาบที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 อืม....ก็ถือได้ว่าเป็นคุณปู่แล้วล่ะนะ” ชายผู้มีผมสีดำขลับแนะนำตัวอย่างอารมณ์ดี ดวงตาที่งดงามเหมือนดวงจันทร์ของมิคาซึกินั้นแวววาวจนโดทานุกิถึงกับมองเขาตาค้าง ดวงตาต่างสีประสานกันก่อนที่มิคาซึกิจะเป็นฝ่ายเบนสายตาไปทางด้านหลังแล้วยิ้มละไม “ฝากตัวด้วยนะ ท่านเจ้าของคนใหม่”

                โดทานุกิสะดุ้งเมื่อรู้ตัวว่าเผลอมองมิคาซึกิจนไม่สังเกตว่าท่านเจ้าบ้าน(ซานิวะ)มายังห้องตีดาบแล้ว เขาน่าจะรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนที่ดาบจันทร์เสี้ยวปรากฎร่างมนุษย์แล้วซะด้วยซ้ำ เพราะนั้นเป็นพลังของซานิวะผู้ทำหน้าที่ปลุกวิญญาณดาบขึ้นมาเพื่อปกป้องประวัติศาสต์

โดทานุกิเสียหน้าไม่น้อยที่เขาแสดงความสะเพร่าออกมาให้ท่านเจ้าบ้านเห็น นักรบหนุ่มรีบเดินไปอยู่ข้างๆซานิวะ ส่วนเด็กๆสามคนที่ยืนอยู่ด้วยกันมาตลอดเข้าไปยืนล้อมหน้าล้อมหลังมิคาซึกิอย่างตื่นเต้น

“เฮ้อ...ในที่สุดก็ตีได้สักทีนะ” ซานิวะที่ปกปิดทั้งหน้าตาและเพศของตนเองพูดเสียงอ่อน “ปู่...ปู่รู้ไหมว่าฉันรอปู่มานานแค่ไหน....” ซานิวะสะอื้นพลางเดินเข้าไปจับแขนจับมือจับไหล่หนุ่ม(มากวัย)หน้าสวยเหมือนคนละเมอ “ทั้งหิน ถ่าน น้ำ....หมดไปตั้งเท่าไหร่แล้ว”

“ฮะฮะฮะ ตอนนี้ข้าก็มาแล้วไง” มิคาซึกิหัวเราะกับน้ำเสียงสะอื้นของซานิวะ “ดีแล้วนะ ดีแล้วนะ” เขาปลอบใจอีกฝ่าย “ว่าแต่ที่ท่านทำนี่เรียกว่าสกินชิปหรือเปล่า?” ชายหนุ่มมองการกระทำของเจ้าของคนใหม่อย่างสนใจใคร่รู้ “เอาสิ จับข้าได้เต็มที่เลย” พอเจ้าตัวพูดแบบนั้นทั้งซานิวะและเจ้าหนูมีดสั้นทั้งสามคนก็จับๆแตะๆมิคาซึกิเป็นการใหญ่

โดทานุกิถอนใจกับการละเล่นแปลกๆของกลุ่มคนตรงหน้า “เฮ้ ท่านเจ้าบ้าน ไปนอนพักก่อนดีกว่าไหม?” เขาเรียกซานิวะที่ยังกอดมิคาซึกิไม่ปล่อย แต่ดูแล้วเหมือนจะหมดแรงจนต้องเกาะมิคาซึกิไว้มากกว่า.... “เกิดเป็นอะไรไปตอนที่คะชูไม่อยู่ ข้าโดนเจ้านั่นบ่นจนเบื่อแน่” โดทานุกิงึมงำถึงดาบผู้แสนจะอยากได้รับความรักจากเจ้านายเสียเหลือเกิน แต่เมื่อมองไปยังมิคาซึกิก็เข้าใจว่าทำไมถึงต้องการตัวนัก

ก็สวยซะขนาดนั้น….

ขณะที่โดทานูกิคิดฝ่ายที่ถูกจับจ้องก็เงยหน้าขึ้นมาสบตา โดทานุกิรู้สึกว่าหน้าของตนร้อนวาบอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมิคาซึกิยิ้มให้ แม้กลางวันก็ยังได้เห็นดวงจันทร์ เพียงแค่ดวงจันทร์ที่ว่านั้นอยู่ในดวงตาของมิคาสึกิ ถ้าเขายังเผลอมองต่อไปอาจจะถูกดวงจันทร์ดึงดูดเอาก็เป็นได้

“ดาบน่ะมีไว้เพื่อต่อสู้เท่านั้นล่ะ....” นักรบหนุ่มพูดกับตัวเอง

ไม่ว่าจะสวยงามสักเพียงใด ดาบก็ยังเป็นดาบอยู่วันยังค่ำ

 

 

               

******************

 

 

                “สวยจริงๆ....”

                “หื๋อ” มิตสึทาดะหันไปหาผู้พูดขณะที่เขาดึงดาบออกจากซากร่างของปีศาจร้าย ร่างกายของมันขาดเป็นสองส่วนด้วยการลงดาบเพียงครั้งเดียว “หมายถึง?”

                ฝ่ายมิคาสึกิยิ้มละไมกับคำถามของดาบหนุ่มที่อายุห่างจากเขาหลายร้อยปี ดวงตาน้ำเงินแซมเหลืองมองไปยังนักรบชุดเทารับมือกับปีศาจร่างสูงใหญ่ที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ แม้จะตัวเล็กกว่าจนดูน่าจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่โดทานุกิกลับแสดงฝีมือให้เห็นแล้วว่าขนาดร่างกายที่ต่างกันไม่ได้ทำให้เขาเสียเปรียบแต่อย่างใด โดทานุกิฟันเข้าที่ขาข้างหนึ่งของเจ้าปีศาจร้ายจนขากระเด็น เมื่อมันล้มลงดาบเล่มเดียวกันนั้นก็บั่นคอมันจนขาดกระเด็นขาไปอีกส่วน

                “สมแล้วที่เป็นโดทานุกิ” มิตสึทาดะชมจากใจจริง แม้ว่าโดทานุกิจะเป็นดาบที่หน้าตาเรียบๆ แต่ค่าของความเป็นดาบนั้นสูงยิ่งนัก “ดุเดือดดีจริงๆ มิน่าพวกซามูไรถึงอยากได้กันนัก...” มิตสึทาดะพูดกับมิคาซึกิที่ยืนอยู่ข้างกันแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นฝ่ายพูดคนเดียวไปซะแล้ว “ท่าทางจะไม่ได้มีแต่ซามูไรแล้วมั้งที่อยากได้” หนุ่มตาเดียวเซมองไปทางอื่น แล้วก็พบว่าเด็กมีปัญหาประจำกลุ่มเขาทำอะไรตามอำเภอใจอีกแล้ว “คุริจัง อย่าเข้าไปลุยคนเดียวแบบนั้นสิ!”

 

                ถึงมิตสึทาดะจะผละไปหาโอคุริคาระแล้วแต่สายตาของมิคาซึกิก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่โดทานุกิ ชายที่ฟาดฟันศัตรูด้วยดาบที่แข็งแกร่งและคมกริบโดยไม่สนใจว่าตนเองจะได้รับบาดแผลมากมายแค่ไหน แต่ในเมื่อร่างกายนี้มิใช่ดาบอีกต่อไปแล้ว มันย่อมต้านทานความเจ็บปวดไม่ได้นาน โดทานุกิทรุดลงตอนที่เขาหวังจะกำจัดศัตรูตัวสุดท้าย นักรบหนุ่มคงจะบาดเจ็บมากไปกว่านี้หากมิคาซึกิไม่เข้ามารับมือศัตรูแทน

                “ขอโทษด้วยแล้วกัน” มิคาซึกิพูดขณะที่เขาเอาตัวเข้ามาขวางระหว่างโดทานุกิกับศัตรูไว้ “เผลอมองนานไปหน่อย” โดทานุกิที่คุกเข่าอยู่กับพื้นเห็นเสี้ยวหน้าเปื้อนยิ้มของมิคาซึกิ ก่อนที่ดาบจันทร์เสี้ยวจะทะลวงเข้าจุดตายของปีศาจร้ายภายในดาบเดียว “แบบนี้เป็นไงล่ะ?” น้ำเสียงสบายๆของมิคาซึกิช่างผิดกับการลงดาบเมื่อครู่ยิ่งนัก  มิคาซึกิเก็บดาบเข้าฝักตามเดิม เขาหันกลับมายื่นมือให้โดทานุกิ “ข้าเองก็เป็นดาบเหมือนกันนะ”

                “.......” โดทานุกิมองมือเรียวที่อาจจะจับดาบมาไม่มากเท่าเขา “รู้แล้วน่าปู่” นักรบหนุ่มจับมืออีกฝ่ายเป็นการตอบรับน้ำใจ มิคาซึกิดึงตัวทานุกิขึ้นจากพื้นและพยุงพาไปหามิตสึทาดะที่หิ้วปีกโอคุริคาระรอพวกเขาอยู่

 

 

***************************

 

               

 

โดทานุกิกับโอคุริคาระถูกให้พักฟื้นนานหลายวันเพราะบาดแผลนั้นสาหัสมาก แม้จะมาจากความห่วงใยที่ซานิวะมีให้แต่สำหรับดาบที่สร้างมาเพื่อใช้ในการรบอย่างโดทานุกิ มันทั้งน่าเบื่อทั้งน่าหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียว(ส่วนคุรินั้นแค่ไม่ชอบที่ถูกสั่งเท่านั้นเอง)

นักรบหนุ่มที่ยังมีผ้าพันแผลอยู่ตามตัวคลายความเบื่อของตนเองด้วยการซ้อมหวดดาบไม้ที่โรงฝึกจนดึกดื่น เขาเป็นดาบของนักรบไม่ควรปล่อยให้ฝีมือของตนเองฝืดเด็ดขาด แต่เพราะจดจ่ออยู่กับการฝึกทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีคนมาที่โรงฝึกนี้ด้วยเช่นกัน

                “ไม่คิดจะพักเลยสินะ” มิคาซึกิในชุดยูกาตะสีขาวสำหรับใส่นอนยืนอยู่หน้าปะตูโรงฝึก “ถ้าท่านเจ้าบ้านบ่นขึ้นมา ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้”

                คนถูกทักหยุดมือจากการซ้อม แม้ว่ามิคาซึกิจะไม่มีเครื่องประดับติดกายเหมือนทุกทีแต่ชุดสีขาวกับแสงจันทร์ก็เป็นของประดับมากพออยู่แล้วสำหรับเวลานี้ ....ขนาดตอนใส่ชุดทำไร่ยังจะดูดีเลยคนๆนี้.... “เรื่องนั้นไม่ต้องช่วยก็ได้มั้ง” โดทานุกิถอนใจ ปกติถ้าเขารู้ตัวว่ามืดแล้วก็จะกลับไปที่เรือนใหญ่เอง วันนี้คงใช้เวลานานไปหน่อยจึงถูกตามตัวถึงที่

.....แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้คนอื่นหรือซานิวะมาตามซะมากกว่า หากว่าต้องอยู่กับมิคาซึกิเพียงลำพัง เขายอมถูกบ่นจนหูชา

เขารู้สึกประหม่าโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อยู่กับมิคาซึกิเพียงลำพัง

อาจเป็นเพราะพวกเขาเป็นดาบสองเล่มที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

ดาบที่งดงามราวกับดวงจันทร์ กับ ดาบที่มีไว้เพื่อการศึกสังหาร

 

โดทานุกิเก็บดาบไม้เข้าที่ ก่อนจะดึงเสื้อลงเพื่อระบายความร้อนพลางเช็ดเหงื่อตามตัว การกระทำทั้งหมดถูกจับจ้องโดยจันทร์เสี้ยวในดวงตาสีน้ำเงินแซมเหลือง มิคาซึกิก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างเงียบเชียบและไร้ซึ่งความรู้สึกมุ่งหมายเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ เมื่อโดทานุกิหันกลับมา นักรบหนุ่มก็ถูกขโมยจูบแบบไม่ทันตั้งตัวไปเสียแล้ว

ทำไมวันนี้พระจันทร์ถึงอยู่ใกล้นัก?

คำถามนี้เกิดขึ้นในหัวของโดทานุกิแค่เพียงครู่ หลังจากนั้นเขาก็เห็นแค่แพขนตายาวและรู้สึกถึงความอุ่นที่ริมฝีปาก ทานุกิหยุดหายใจไปกะทันหัน เขาปล่อยให้ตัวเองถูกจูบอยู่นานจนกระทั่งกลั้นหายใจไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นเองที่สติกับลมหายใจกลับมาพร้อมๆกัน มือที่มีแต่รอยแผลดันมิคาซึกิออก

“อะไรวะเนี่ย?!” โดทานุกิโวยวายเสียงดัง “ทำบ้าอะไรของปู่วะ!” ถึงไม่ใช่คนสุภาพแต่ปกติเขามักจะพูดจาดีกับคนอื่นเสมอ แต่ตอนนี้มันใช่เวลาที่ต้องห่วงมารยาทซะที่ไหน

“ฮะฮะฮะ กะแล้วว่าเจ้าต้องเป็นแบบนี้” มิคาซึกิหัวเราะกับอาการตาเหลือกหน้าแดงของโดทานุกิ ไม่ต่างจากที่คิดไว้เลยด้วยซ้ำ “ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรแย่ๆสักหน่อยนี่ ใช่ไหม?” หนุ่มหน้าสวยตบบ่ากว้างของโดทานุกิเบาๆ แต่ทานุกิก็ยังชักสีหน้าไม่พอใจ

“นี่....ล้อกันเล่นงั้นเหรอ?” โดทานุกิมองรอยยิ้มทีเล่นทีจริงของคนตรงหน้า ถึงจะอับอายแต่ความรู้สึกไม่ชอบใจที่ถูกแกล้งนั้นมีมากกว่า โดยเฉพาะที่วิธีแกล้งของมิคาซึกิ “อยากเล่นก็ไปเล่นกับคนอื่นเถอะ”

แบบนี้ให้ถูกคนอื่นจูบยังดีกว่า

เขาคิดบ้าอะไรอยู่ตอนที่ปล่อยให้มิคาซึกิจูบได้ตั้งนานสองนาน

                โดทานุกิปัดมือของมิคาซึกิออกและตั้งใจจะเดินออกไปให้พ้นจากตรงนี้เสียที แต่มือเรียวกลับเปลี่ยนมาจับที่เอวเขาแทน นักรบหนุ่มชะงักกับน้ำหนักมือที่เอว ปลายนิ้วที่กดลงมาทำให้รู้สึกถึงความนัยแฝงบางอย่าง เสื้อที่ถูกดึงลงทำให้มิคาซึกิจับต้องผิวเนื้อได้เต็มมือ รอยแผลเป็นจากคมดาบบนร่างกายของชายที่เขาดันตัวเข้ามาหาไม่ได้ทำให้ความต้องการลดน้อยลง เมื่อได้สบตากันอีกครั้ง สีหน้าของโดทานุกิก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้เช่นกัน

                แดงจนเหมือนเผาไหม้ กระตุ้นอารมณ์ให้คลุกกรุ่นอยู่ภายใน

                เขาอยากได้ดาบเล่มนี้

“ขออภัย ถ้าข้าทำให้เจ้าคิดว่าจูบนั่นเป็นแค่เรื่องล้อเล่น?” มิคาซึกิพูดขณะที่โน้มตัวเข้าหาโดทานุกิ บอกไม่ได้เลยว่าดวงจันทร์ในดวงตาของมิคาซึกิกับดวงจันทร์บนท้องฟ้า อย่างไหนกันแน่ที่สะกดให้โดทานุกิขัดขืนไม่ได้ “หากข้าทำให้เจ้ารู้ได้ว่าข้าต้องการอะไร เจ้าจะตอบรับหรือไม่ล่ะ?”

ยังไม่ทันได้คิดว่ามิคาซึกิพูดอะไรจูบครั้งที่สองก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง โดทานุกิก็รู้สึกได้ถึงความร้อนในกายตนเอง มือที่ปราศจากถุงมือของมิคาซึกิไล่จากเอวขึ้นมาตามสันหลัง ภายในโพรงปากถูกลิ้นร้อนลุกไล่จนเกิดเสียงครางในลำคอที่ไม่สามารถหลุดรอดออกมาจากปากได้ โดทานุกิเกือบจะขาดใจอยู่แล้วหากมิคาซึกิไม่ปล่อยให้เขาได้หายใจ

หนุ่มหน้าสวยยิ้มหวานกับดวงตาสีเหลืองที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายอายจนไม่รู้จะโต้ตอบเขายังไงมิคาซึกิจึงไม่กลัว หนำซ้ำยังจูบย้ำที่รอยแผลเป็นบนใบหน้าของโดทานุกิย้ำๆ อีกครั้งและอีกครั้งจนโดทานุกิต้องเอามือปิดปากอีกฝ่ายไว้

“พอได้แล้ว!” โดทานุกิปรามคนอายุมากกว่าตัวเองหลายร้อยปี แล้วเขาก็ต้องรีบชักมือที่ปิดปากมิคาซึกิกลับแทบไม่ทัน “ยังจะจูบอีก!” โดทานุกิถูฝ่ามือที่ถูกมิคาซึกิฉวยโอกาสจูบไปเมื่อครู่ หน้าของนักรบหนุ่มแดงจนถึงใบหู

                “เผื่อยังคิดว่าข้าล้อเจ้าเล่นอยู่” มิคาซึกิยิ้มพลางเดินเข้าไปใกล้ โดทานุกิก้าวถอยเว้นระยะห่างให้เท่าเดิม “ข้าอยากคบหาดูใจกันกับเจ้า”

                “.........เฮ้ย...”

                “คำตอบของเจ้าล่ะ?” ยิ้มละไมยังคงอยู่แม้สีหน้าของโดทานุกิจะเปลี่ยนเป็นงุนงงก็ตาม

                “ใครจะตอบได้ง่ายๆกันเล่า!” ทั้งที่ไม่ได้ถูกคาดคั้นแต่ทำไมเขาต้องลนลานขนาดนี้ ยิ่งถูกมองด้วยความคาดหวังโดทานุกิยิ่งใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “ยะ....ยังไม่ใช่ตอนนี้”

                “โอ๊ะ” มิคาซึกิตาเป็นประกาย “ไม่ใช่ตอนนี้งั้นเหรอ”

                “อึก” โดทานุกิอยากจะวิ่งออกจากโรงฝึกแล้วโดดลงบ่อปลาหายลับไปจริงๆ นี่เขาพูดอะไรไป มันต้องปฎิเสธให้แข็งขันหนักแน่นไม่ใช่เหรอ!?

                “ฮะฮะฮะ ดีแล้ว ดีแล้ว ถือว่าข้ายังมีหวังอยู่” หนุ่มหน้าสวยสวมกอดคนตัวเล็กกว่า โดทานุกิขืนตัวไว้แต่มิคาซึกิไม่สนใจเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองได้เปรียบมากแค่ไหน ไม่ใช่ทางกายแต่เป็นทางจิตใจ  “แต่...ไม่ว่าเจ้าจะตอบเช่นไร ความต้องการของข้าก็ไม่เปลี่ยนแปลง” มิคาซึกิกระซิบข้างหู

                โดทานุกิเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดของมิคาซึกิ เขาอยากจะแย้งความคิดเอาแต่ใจนี้แต่ถูกมิคาซึกิขัดขาให้ล้มลง นักรบหนุ่มถูกตรึงไว้กับพื้นไม้ของโรงฝึก แววหยอกล้อในดวงตาสีน้ำเงินแกมเหลืองถูกแทนที่ด้วยความต้องการลึกล้ำ โดทานุกิกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“หยุด....หยุดเลยนะปู่” โดทานุกิทำเสียงดุ ทั้งที่จริงมันสั่นจนไร้ความน่าเกรงขามไปแล้ว “มากไปกว่านี้อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”

มิคาสึกิก้มหน้าลงจรดริมฝีปากที่ต้นคอสีแทนอ่อน “ทั้งที่เจ้าสั่นแบบนี้งั้นรึ?” ชายหนุ่มจูบลงบนผิวเนื้อเป็นการหยอกให้ร่างด้านใต้สั่นสะท้าน “บอกสิว่าเจ้าหวั่นไหวจนขัดขืนไม่ได้” มิคาซึกิแตะปลายนิ้วลงบนจุดที่เขาประทับจูบเมื่อครู่

“....ลามกชะมัด” ถึงไม่เห็นเองโดทานุกิก็รู้ว่าต้องมีรอยเกิดขึ้นแน่ๆ ขืนปล่อยให้เลยตามเลยไปเหมือนตอนถูกจูบล่ะก็.... ไม่ได้ คราวนี้ไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ยอมเด็ดขาด! โดทานุกิดันตัวอีกฝ่ายให้ลุกไปจากเขา “เฮ้ ปู่ ลุกขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลยไม่งั้น...”

“ก็อยากลุกอยู่หรอกนะ” มิคาซึกิชิงพูดก่อนที่โดทานุกิจะพูดจบ “แต่ปวดเอว....จนลุกไม่ขึ้นน่ะ”

“............”

“คงเพราะตอนล้มไม่ทันระวังน่ะนะ ฮะฮะฮะ”

โดทานุกิบอกไม่ถูกเลยว่าตอนนี้เขาควรอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ แต่เอาเป็นว่าเขายังสามารถรักษากายใจของตัวเองจากมิคาซึกิได้อยู่ น่าขอบคุณร่างกายมนุษย์ที่สมดุลกับอายุจริงของมิคาซึกิจริงๆ

ท้ายที่สุดโดทานุกิที่ถูกระลายระล้วงเข้าขั้นลวนลามก็ต้องพยุงมิคาซึกิกลับห้องพักอย่างช่วยไม่ได้ ถึงเขาควรจะอยู่ให้ห่างจากมิคาซึกิแต่ก็ไม่ใจดำขนาดปล่อยคนมากวัยกว่าไว้ตามลำพัง ส่วนเรื่องขอให้คบหากันนั้นโดทานุกิตั้งใจว่าเขาจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปจนกว่ามิคาซึกิจะถอดใจไปเอง หรือไม่ก็จนกว่าเขาจะทนไม่ไหวเสียเอง นั่นเป็นสิ่งที่โดทานุกิคิดไว้....ถ้าไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในโรงฝึกล่ะก็นะ

 

ดาบหนุ่มทั้งสองถูกซานิวะเรียกตัวไปที่ห้องประชุมใหญ่แต่เช้า นอกจากซานิวะแล้วยังมีมิทสึทาดะ อิจิโกะ ฮิโตฟุริ และอิชิคิริมารุ ร่วมอยู่ด้วย พวกเด็กๆมีดสั้นและดาบสั้นถูกกันไม่หเข้ามาในห้องประชุม เพราะซานิวะกับพวกดาบยาวกำชับว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่

“ฉันรู้เรื่องที่โรงฝึกแล้วนะ”

ซานิวะผู้ปิดบังทั้งเพศและใบหน้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เมื่อคืนไม่ใช่มีแต่มิคาซึกิเท่านั้นที่ไปตามโดทานุกิที่โรงฝึก คะชู คิโยมิทสึ เองก็ไปตามตัวโดทานุกิกลับเรือนพักด้วยเช่นกัน แต่ภาพที่คะชูเห็นไม่ใช่โดทานุกิที่ฝึกหวดดาบไม้จนหมดแรง กลับเป็นภาพมิคาซึกิกอดอยู่กับโดทานุกิบนพื้นของโรงฝึกเสียแทน

“ถ้ามีความสัมพันธ์กันแบบนั้น คงต้องขอให้ย้ายไปพักห้องเดียวกันล่ะนะ”

“มะ...ไม่ใช่แบบนั้นนะ” โดทานุกิจะแย้งแต่ถูกมิทสึทาดะห้ามไว้

“โอเค ผมเข้าใจ” มิทสึทาดะพูดเสียงอ่อนโยน “มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรถ้าจะคบหากันจริงจัง ท่านเจ้าบ้านเองก็รู้เห็นด้วย”

“เดี๋ยวสิ....”

“ผมว่าควรจะระวังไม่ให้พวกเด็กๆเห็นจะดีกว่านะครับ” อิจิโกะพี่ชายคนโตของตระกูลมีดสั้นโทชิโร่ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย “เพราะงั้นพักอยู่ห้องเดียวกันน่าจะสะดวกกว่า....หลายๆอย่าง” ชายหนุ่มผมสีครามพูดเลี่ยงนิดหน่อยแต่ทุกคนรู้กันว่าหมายถึงอะไร

ทานุกิถึงกับหน้าร้อนวาบ “ช่วยฟังกันก่อนเซ่”

“มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ยังหนุ่มยังแน่น อย่าคิดมากไปเลย” อิชิคิริมารุอธิบายให้เข้าใจตามที่เขามักจะพูดถึงเรื่องสุขภาพกับคนอื่นบ่อยๆ

“ฮะฮะฮะ ข้ายังใช้การได้อยู่นะ”

“ปู่จะพูดสองแง่สองง่ามทำไมเล่า---------!!”

 

 

ผลการประชุมสรุปออกมาแล้วว่าโดทานุกิต้องย้ายไปนอนพักห้องเดียวกับมิคาซึกิอย่างจำยอม เรื่องเข้าใจผิด(หรือถูก?)ที่โรงฝึกเป็นที่รู้กันโดยทั่วเสียแล้ว คงยกเว้นพวกเด็กๆไว้บ้างแล้วกัน แค่นี้โดทานุกิก็ไม่มีหน้าจะไปมองใครได้แล้ว....จนกว่าเขาจะชิน

“เรียกว่าข้ามขั้นได้ไหมนะ” มิคาซึกิไม่ทุกข์ร้อนอะไรใดๆทั้งสิ้นพูดกับโดทานุกิ พวกเขานั่งอยู่ด้วยกันที่ระเบียงทางเดิน บรรยากาศโดยรอบรอยล้อมไปด้วยดอกซากุระสีชมพูอ่อนสวยงาม

“เกินไปซะด้วยซ้ำ....” โดทานุกิพุดเสียงเหนื่อยอ่อน

“แล้ว....เจ้าจะยังยึนยันคำตอบเดิมของเจ้าอยู่อีกหรือไม่” มือเรียวถูกวางบนมือที่มีแต่รอยแผลเป็น

“....คำตอบเดิม” โดทานุกิยังใจแข่ง เขาไม่ยอมสบตากับมิคาซึกิที่ขยับตัวเข้ามาใกล้ พอถูกปลายนิ้วสัมผัสเข้าที่ปลายคาง นักรบหนุ่มก็จำใจที่จะหันไปมองคู่สนทนา “ยังไม่ใช่ตอนนี้”

“ไม่ช้าก็เร็ว....” มิคาซึกิพอใจกับคำตอบ ดวงตาคู่สวยบอกกับโดทานุกิอย่างนั้น มิคาซึกิจูบลงบนริมฝีปากที่เขาต้องการจะเป็นเจ้าของเสียเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ต้องรีบร้อนอะไรแค่ทำตามความต้องการของตนเองก็พอ เพราะมิคาซึกิรู้อยู่แล้ว

รู้ตั้งแต่ที่พบกันครั้งแรก….

...ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจหนีพ้น โดทานุกิคิด เพียงแค่ไม่อยากจะยอมรับว่ามันสายเกินไป

ที่ตัวเขาถูกดวงจันทร์ดึงดูดไว้ราวกับต้องมนต์

 

 

 

END

 

****************************

พยายามเขียนให้รู้สึกว่าปู่สวย
แต่ไม่รู้คนอ่านจะรู้สึกด้วยไหม ;w;
ถ้ามีฟิคคู่ต่อไป จะเดาถูกไหมว่าจะเป็นคู่ไหน ^^

 

edit @ 8 Mar 2015 11:48:02 by YokeK.N.

Comment

Comment:

Tweet

อ่านไปนี่กรี้ดไป 
ตัวผมเองชอบคู่นี้เพราะ FA เหมือนกัน.......
ทานุกิเวลาโดนปู่แกล้ช่างน่ารักยิ่งนัก
(แอบคิดในใจ อย่าจบแค่นี้สิคะ 5555555)
[ขอบคุณที่เขียนฟิคมาให้อ่านนะคะ] 

#3 By ping (171.6.216.74|171.6.216.74) on 2015-03-31 11:14

ไม่ได้เล่นเกมโทระบุ เลยไม่ได้ป่วยดาบ แต่แอบติดใจทานุกิตั้งแต่แรกพบเลยเคยลองไปหางานดูแถวpixiv แล้วก็รู้สึกว่าจีจี้ทานุเป็นคู่ที่อร่อยไม่เลวทีเดียวค่ะ ก็เลยชอบคู่นี้อยู่ไม่น้อย ////

นี่ก็เป็นฟิคของเรื่องนี้เรื่องแรกที่ได้อ่าน และก็...ชอบแหละค่ะ!! ชอบทั้งเรื่องของคอนเสปต์ (ดาบที่สวยงามกับดาบที่ไว้ใช้งาน) ทั้งเนื้อเรื่อง และก็บุคลิกตลค.เลยค่ะ! (เราเองก็ชอบเคะ ซึน แมน หัวดื้อ เหมือนกันค่ะ ฮา) อ๊ะใช่ บทบรรยายดูเข้ากับเรื่องที่ดูเป็นย้อนยุค(?)ดีด้วยนะคะ!

แต่ปู่มาเอวเดาะกลางคันเนี่ยมันแอบmoodbreakerอยู่นะคะปู่wwww (แต่แบบนี้น่าจะใช้ข้ออ้างสุขภาพของผู้สูงวัยมาทำให้ทานุกิคุงจำยอมได้นะ แบบว่า "อย่าต่อต้านปู่รุนแรงนักนะ ทานุกิคุง เดี๋ยวปู่เป็นอะไรไปจะรับผิดชอบไม่ไหวนะเออ" ฮาาาา)

ยังไงก็ขอบคุณที่เขียนฟิคมาให้อ่านกันนะคะ ดีใจที่มีคนชอบทานุกิเหมือนกันค่ะ ^^

#2 By ★Kanra★ on 2015-03-17 17:41

ชอบคู่นี้มากเลยค่ะ ติดมาจาก FA เหมือนเลยยย ^q^
อ่านจบเเล้ว  ปู่เเลดูหื่นมากมาย  ทานุกิก็น่ารักน่าเเกล้ง

#1 By ✿ じが ✿ on 2015-03-08 12:27